MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

เงื้อมเงาเหนืออินสมัธ

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 - 17:19 น.
AA 159

เงื้อมเงาเหนืออินสมัธ

(แปลจาก The Shadow Over Innsmouth)

โดย เอช.พี.เลิฟคราฟท์


บทที่ 1/5


ระหว่างฤดูหนาวปี 1927-28 เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลได้ลอบสังเกตุการณ์เหตุแปลกประหลาดบางประการในเมืองท่าเรือเก่าแก่ของรัฐแมสซาชูเซทที่ชื่อ อินสมัธ สาธารณชนได้รับรู้เรื่องนี้เป็นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อมีการโจมตีและการจับกุมเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งตามมาด้วยการวางเพลิงและการระเบิด-ภายใต้การแจ้งเตือน-ของจำนวนมากมายที่ถูกบดขยี้, การรับประทานหนอน, และบ้านที่ว่างเปล่าตามแนวชายฝั่งที่ถูกทิ้งร้าง วิญญาณที่มิได้ไต่ถาม ได้ปล่อยให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ล่วงผ่านไป เป็นหนึ่งในการปะทะที่สำคัญ ในสงครามที่เกิดเป็นช่วงๆ ในท้องน้ำ


อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวจากคีนเนอร์ สงสัยว่ามีผู้ถูกจับกุมเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องใช้พละกำลังมหาศาลเหนือธรรมดาในการทำเช่นนั้น ทั้งยัง มีความลับอีกมากมายในการจัดการกับนักโทษ ไม่มีรายงานการทดลอง หรือค่าใช้จ่ายที่แน่นอน ไม่มีใครได้เห็นผู้ถูกจับกุมในเรือนจำของรัฐอีกเลย มีรายงานที่คลุมเครือเกี่ยวกับโรคติดต่อและค่ายกักกัน และต่อมาเกี่ยวกับการย้ายตัวนักโทษ กระจายไปตามเรือนจำทหาร แต่ไม่มีข่าวด้านดีเหมือนดังที่เคยเป็น อินสมัธเองก็แทบร้างผู้คน และจนกระทั่งบัดนี้ ก็เพียงแค่เริ่มต้นส่งสัญญาณฟื้นคืนอย่างเฉื่อยชา


มีการร้องเรียนจากองค์กรอิสระมากมาย เกี่ยวกับการพบบทสนทนาลับขนาดยาว และตัวแทนได้เดินทางไปยังค่ายกักกันและเรือนจำบางแห่ง ผลที่ตามมา ก็คือทำให้ผู้คนในชุมชนแห่งนี้ดูเก็บงำและเคร่งขรึม นักข่าวทำงานได้ยากยิ่ง แต่ส่วนใหญ่ดูเหมือนจะยินยอมต่อรัฐบาลในท้ายที่สุด แท็บลอยด์ที่เป็นกระดาษแผ่นเดียว-ซึ่งต้องลดราคาจากนโยบายที่เข้มงวด ได้กล่าวถึงเรือดำน้ำที่ปล่อยตอร์ปิโดสู่ก้นเหวใต้ท้องทะเลซึ่งอยู่เหนือแนว ปะการังปีศาจ ของสิ่งนั้นถูกเก็บได้โดยบังเอิญจากลูกเรือที่หวาดหวั่น ซึ่งดูเหมือนจะนำมาจากทะเลส่วนที่ลึก เนื่องจากแนวปะการังสีดำตั้งแต่ระดับตื้นยาวออกไปถึงไมล์ครึ่ง จากท่าเรือของอินสมัธ


ผู้คนในเขตชนบทนั้นและในเมืองใกล้ๆ พึมพำกันอย่างหนาหูในหมู่พวก แต่กลับพูดน้อยมากกับสังคมข้างนอก พวกเขาพูดคุยเรื่องความตายของอินสมัธที่ถูกทิ้งร้างมาเกือบครึ่งศตวรรษ และไม่มีอะไรใหม่ที่จะเลวร้ายยิ่งกว่าสิ่งที่พวกเขาเคยกระซิบและบอกใบ้เมื่อหลายปีก่อน มีหลายสิ่งที่สอนให้พวกเขาเก็บความลับ และตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องกดดันพวกเขาแต่อย่างใด นอกจากนี้ พวกเขารู้น้อยมากจริงๆ เกี่ยวกับหนองน้ำเค็มที่กว้างและเปลี่ยวร้าง ไร้ผู้คน ทั้งยังกันให้เพื่อนบ้านอยู่ห่างจากอินสมัธทางด้านแผ่นดิน


แต่ในที่สุด ผมก็จะต่อต้านคำสั่งที่ห้ามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมมั่นใจว่า ผลลัพธ์นั้นมีความละเอียดรอบคอบซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสาธารณะ หรือทำให้ตื่นตระหนก ทั้งยังสามารถได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น จากนัยยะถึง สิ่งที่เราได้พบเกี่ยวกับผู้บุกรุกที่น่ากลัวจากอินสมัธ นอกจากนี้สิ่งที่พบอาจมีคำอธิบายมากกว่าหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดได้รับการบอกเล่าไปมากเพียงใด แม้แต่กับผมเอง และผมมีเหตุผลหลายประการที่ไม่ต้องการจะสืบสวนในเชิงลึก เนื่องจากผมสามารถติดตามเรื่องนี้ได้ใกล้ชิดกว่าคนทั่วไป และผมยังได้แสดงให้เห็นว่า สิ่งใดที่จะผลักดันให้ผมใช้ มาตรการที่รุนแรงตามมา


ผมหนีออกจากอินสมัธอย่างเร่งรีบในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 16 กรกฎาคม 1927 และมีผู้ร้องเรียนเรื่องน่ากลัวซึ่งนำไปสู่การสอบสวนของรัฐบาล และการปฏิบัติการ ที่นำมาซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมด ผมตั้งใจที่จะอยู่เงียบๆ ขณะที่เรื่องเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ และยังเต็มไปด้วยความผันผวน แต่ตอนนี้มันเป็นเรื่องเก่าไปแล้ว เมื่อความสนใจจากสาธารณชนและความอยากรู้อยากเห็นเริ่มจางไป ผมเกิดความกระหายอย่างประหลาดที่จะกระซิบบอกเล่าเกี่ยวกับ โมงยามที่น่าพรั่นพรึงและเงื้อมเงาอันชั่วร้าย ณ ท่าเรือแห่งความตาย และการหมิ่นหยามศรัทธาอย่างผิดปกติ การเล่าเรื่องนี้ มันช่วยให้ผมฟื้นคืนสติปัญญาของตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่า ผมไม่ใช่คนแรกที่ยอมรับต่อภาพหลอนของฝันร้ายที่เป็นดุจโรคติดต่อ มันยังช่วยผมอีกโสตหนึ่ง โดยมันทำให้ผมตัดสินใจในขั้นตอนที่หนักหนาซึ่งวางอยู่เบื้องหน้าของผมในตอนนี้


ผมไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับอินสมัธจนกระทั่งถึงวันก่อนที่ผมจะเห็นมันเป็นครั้งแรกจากระยะไกล และเป็นครั้งสุดท้าย ครั้งนั้น ผมฉลองอายุที่เพิ่มขึ้นของตัวเองด้วยการเที่ยวนิวอิงแลนด์ โดยเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ โบราณวัตถุและวงศ์วานว่านเครือของตระกูล ทั้งยังวางแผนที่จะย้ายจากนิวเบอรี่พอร์ตมายังอาร์คแฮม ซึ่งญาติทางแม่ของผมอาศัยอยู่ ผมไม่มีรถยนต์ แต่เดินทางโดยรถไฟ รถขนส่ง และรถโดยสารประจำทาง โดยหาเส้นทางที่ประหยัดที่สุดเสมอ ที่นิวเบอรี่พอร์ต พวกเขาบอกผมว่า รถจักรไอน้ำเป็นเพียงวิธีเดียวที่จะพาไปที่อาร์คแฮมได้ และมีตั๋วจำหน่ายที่สำนักงานขายตั๋วของสถานีเท่านั้น เมื่อผมสงสัยกับค่าตั๋วที่ค่อนข้างสูงนั้น ผมจึงได้รู้จักกับอินสมัธ


เจ้าหน้าที่ร่างอ้วนท่าทางฉลาด จากคำพูดที่แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่คนท้องถิ่น ดูเหมือนจะเห็นอกเห็นใจต่อข้อจำกัดทางการเงินของผม ได้สอบถามว่า ไม่มีคนอื่นใดให้ข้อมูลบ้างเลยหรือ


"ผมว่านะ...คุณน่าจะขึ้นรถบัสคันเก่าได้" เขากล่าวอย่างลังเล


"แต่อย่าคิดมากเกี่ยวกับแถวนี้นะ มันผ่านอินสมัธ-คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับมัน-และบางคนเขาก็ไม่ค่อยชอบ รถบัสดำเนินการโดยพวกอินสมัธที่ชื่อ โจ ซาเก้น แต่ผมเดาว่า รถสายนี้ไม่เคยรับผู้โดยสารจากที่นี่ หรือจากอาร์คแฮมนะ ผมไม่แน่ใจว่ามันยังวิ่งอยู่หรือเปล่า แต่ผมเห็นว่าค่าโดยสารมันราคาถูก แล้วผมก็ไม่เคยเห็นใครขึ้นเลย นอกจากพวกอินสมัธ มันจะออกจากจัตุรัส ด้านหน้าร้านขายยาของแฮมมอนด์ เวลาสิบโมงเช้าและเวลาทุ่มตรง นอกเสียจากว่า พวกเขาจะเปลี่ยนเวลาก่อนหน้านี้ ซึ่งรถบัสนั่น มันก็ดูเหมือนอะไรสักอย่างที่สั่นสะเทือนอย่างน่ากลัว ผมก็เลยไม่เคยอยากจะขึ้นไป"


นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเรื่องราวในเงื้อมเงาของอินสมัธ การกล่าวถึงเมืองใดที่ไม่แสดงบนแผนที่ปกติหรืออยู่ในหนังสือแนะนำเล่มล่าสุด ทำให้ผมรู้สึกสนใจ และลักษณะแปลกประหลาดของเจ้าหน้าที่ในการกล่าวถึงบางสิ่งที่น่าตระหนกเล็กๆ นั้นชวนให้อยากรู้อยากเห็น เมืองที่สามารถสร้างความรู้สึกไม่พึงพอใจให้แก่เพื่อนบ้านได้นั้น ผมคิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะไม่ธรรมดา และควรค่าที่นักท่องเที่ยวจะให้ความสนใจ ถ้าหากมันถึงก่อนอาร์กแฮม ผมจะลงรถที่นั่น ดังนั้น ผมจึงขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเล่าบางสิ่งเกี่ยวกับเมืองแห่งนั้น เขาดูตั้งใจมาก และพูดอย่างเต็มไปด้วยความรู้สึกมากกว่าปกติเล็กน้อย


"อินสมัธน่ะเหรอ? มันก็...เป็นเมืองแปลกๆ ที่อยู่ตอนล่างของปากทางเข้ามานูเซท เคยเกือบจะเป็นเมืองท่า ก่อนสงครามปี 1812 แต่ทั้งหมดก็กลายชิ้นๆ ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ยังไม่มีทางรถไฟ บีแอนด์เอ็ม*ไม่เคยผ่านมา (*บริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ในสหรัฐ) และสาขาจากโรวลีย์ ก็ถูกยกเลิกไปเมื่อหลายปีก่อน


"ผมคิดว่า มีบ้านที่ว่างเปล่า มากกว่าบ้านที่มีคนอยู่ และไม่มีธุรกิจอะไรจะให้พูดถึงยกเว้นตกปลาและกุ้งล็อบสเตอร์ ทุกคนจะไปซื้อขายกันเป็นส่วนใหญ่ที่อาร์กแฮมหรืออิปสวิช เมื่อก่อนที่นั่นเคยมีโรงงานแค่ไม่กี่แห่ง แต่ตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว ยกเว้นโรงถลุงทองคำหนึ่งแห่งที่ไม่ค่อยเปิดทำการ


“โรงถลุงนั่นเคยเป็นกิจการที่ใหญ่นะ และตาแก่มาร์ชที่เป็นเจ้าของ ก็คงต้องรวยยังกับครีซัส*(กษัตริย์แห่งลิเดียเซอร์กา 560-546 ก่อนคริสตกาล เป็นที่รู้จักด้านความร่ำรวย) เจ้าเป็ดแก่ประหลาดนั่น ยังเกาะติดแน่นอยู่แต่ในบ้านตัวเอง มีคนว่า เขากำลังเป็นโรคผิวหนังบางชนิด หรือมีความผิดปกติทางด้านร่างกาย บางอย่าง ทำให้เขาต้องหลบจากสายตาผู้คน เขาเป็นหลานชายของกัปตันโอเบด มาร์ช ซึ่งเป็นผู้ก่อต้ังธุรกิจ แม่ของเขาดูเหมือนจะเป็นชาวต่างชาติจากเกาะทางใต้ ดังนั้น ทุกคนจึงส่งเสริม เมื่อเขาแต่งงานกับผู้หญิงจากอิปสวิชเมื่อห้าสิบปีก่อน ผู้คนในอินสมัธมักจะทำเช่นนั้น คนท้องถิ่นละแวกนี้พยายามจะปกปิดสายเลือดอินสมัธที่พวกเขามี แต่เท่าที่ผมเห็นจนถึงตอนนี้ ลูกๆ และหลานๆ ของมาร์ชก็ดูเหมือนคนอื่นๆ นะ ผมเคยสังเกต แถวนั้น ลองคิดดูสิ เด็กโตๆ แทบจะไม่มีเลย แล้วก็ยังไม่เคยเห็นคนแก่อีกด้วย


"แล้วทำไมทุกคนถึงมาลงที่อินสมัธ? คืองี้... พ่อหนุ่ม คุณต้องไม่เก็บเอาไปคิดมากเกินไปในสิ่งที่ผู้คนแถวนี้เขาพูดกัน พวกเขาเริ่มต้นได้ยาก แต่เมื่อพวกเขาเริ่มต้นแล้ว พวกเขาจะไม่ยอมแพ้ พวกเขายังคงเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอินสมัธ ซึ่งส่วนใหญ่ก็กระซิบกระซาบกัน ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา ผมเดาว่างั้นนะ แล้วก็ผมก็จับได้ว่า พวกเขากลัวบางสิ่งยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เรื่องราวบางอย่างอาจทำให้คุณหัวเราะ-มันเกี่ยวกับกัปตันมาร์ชในวัยชรา ซึ่งขับรถราคาถูกไปพร้อมกับปีศาจ และนำพวกอิมส์*(ปีศาจในนรกจำพวกหนึ่ง )ออกมาจากนรกเพื่อมาอาศัยอยู่ในอินสมัธ หรือเรื่องเกี่ยวกับการบูชาปีศาจ หรือพิธีกรรมน่ากลัวในสถานที่ใกล้กับท่าเรือ ที่ผู้คนเริ่มมาอาศัยอยู่ราวๆ ปี 1845 - แต่ผมมาจากแพนตัน เวอร์มอนท์ และเรื่องแบบนี้ ไม่ค่อยลงรอยกับผม


“คุณน่าจะได้ยินเรื่องที่คนเก่าแก่บางคน เล่าเกี่ยวกับแนวปะการังสีดำนอกชายฝั่ง ซึ่งพวกเขาเรียกมันว่า แนวปะการังปีศาจ ช่วงเวลาที่ดีคือตอนที่มันอยู่เหนือน้ำ และไม่ลงต่ำไปกว่านั้น แต่คุณก็ไม่สามารถเรียกมันว่าเกาะได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เรื่องก็คือ มีปีศาจเป็นฝูงที่บางครั้งจะเห็นได้จากแนวปะการัง-เต็มพรืดไปหมด หรือบางครั้งก็พุ่งเข้าหา หรือออกมาจากถ้ำที่อยู่ใกล้ผิวน้ำ แนวปะการังนั่นขรุขระ ไม่สม่ำเสมอ ยาวออกไปตั้งไมล์ และในวันสุดท้ายที่เรือมาส่งของ พวกลูกเรือก็ต้องออกนอกเส้นทางไปไกล เพื่อหลีกเลี่ยงมัน


"มันเป็นอย่างนั้น พวกลูกเรือเลยไม่ชอบอินสมัธสักเท่าไร สิ่งหนึ่งที่พวกเขาไม่มีอย่างกัปตันมาร์ช คือบางครั้ง พวกเขาควรจะเทียบท่าในเวลากลางคืน ขณะที่กระแสน้ำขึ้นน้ำลงถูกต้อง เขาน่าจะทำ เพราะผมกล้าพูดว่า รูปแบบของหินเหล่านั้นมันน่าสนใจ และเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมองหาสมบัติโจรสลัดและคิดว่าจะได้พบมัน แต่ก็ร่ำลือกันว่า เขาไปต่อรองกับพวกปีศาจที่ตรงนั้น ความจริงก็คือ ผมคาดว่าเรื่องทั้งหมดมาจากกัปตัน ที่สร้างชื่อเสียง ในทางลบให้กับแนวปะการัง


"มันเป็นช่วงก่อนโรคระบาดครั้งใหญ่ในปี 1846 ซึ่งผู้คนในอินสมัธกว่าครึ่งเมืองถูกพาตัวไป พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าปัญหาคืออะไร แต่อาจเป็นโรคต่างถิ่นที่มาจากประเทศจีนหรือมาจากการขนส่ง แน่นอนว่ามันยังไม่เลวร้ายเพียงพอ- ต่อมาก็มีการจราจล แล้วก็มีการกระทำทุกอย่างที่น่าหวาดผวา ซึ่งผมไม่อยากเชื่อเลยว่า พวกเขาจะเคยออกไปนอกเมือง -แล้วก็ทิ้งเมืองไว้ให้สภาพที่น่ากลัวอย่างนั้น แล้วก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย-ตอนนี้มีคนสัก 300-400 คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น


"แต่ความจริงที่อยู่เบื้องหลังความรู้สึกของชาวบ้านคืออคติต่อสายเลือด- และผมก็ไม่ได้พูดว่าผมจะตำหนิคนที่ยึดติดกับมัน ผมเกลียดคนที่อยู่อินสมัธด้วยเหตุผลของผมเอง และผมไม่เคยสนใจที่จะไปที่เมืองนั้น ผมคิดว่าคุณรู้นะ-เพราะผมคิดว่าคุณมาจากตะวันตกจากสำเนียงของคุณ- เรือจากนิวอิงแลน์ของเราส่วนใหญ่แล้วก็เกี่ยวข้องกับท่าเรือแปลกๆ ในแอฟริกา, เอเชีย,หรือทะเลใต้ แล้วก็ที่อื่นๆ ซึ่งบางครั้ง พวกเขาก็นำคนแปลกๆ กลับมาด้วย คุณอาจเคยได้ยินเรื่องของชายชาวเมืองซาเลมที่กลับบ้านพร้อมกับภรรยาชาวจีน และบางทีคุณก็รู้ว่ายังมีชาวฟิจิจำนวนหนึ่ง อาศัยอยู่รอบๆ เมืองเคปคอด


"นั่นแหละ ต้องมีบางอย่างทำนองนั้นอยู่เบื้องหลังผู้คนในอินสมัธ เมืองแห่งนี้ จะถูกตัดขาดจากแผ่นดินอย่างถาวร จากบึงและลำธาร คือเราก็ไม่อาจแน่ใจในรายละเอียดของเรื่องพวกนี้ได้ แต่มันก็ค่อนข้างชัดเจนว่า กัปตันมาร์ชจะต้องนำคนแปลกๆ กลับมาบ้านด้วย เพราะเขาได้รับเรือสามลำเป็นค่าจ้าง ตอนที่เขากลับมาในช่วงกลางทศวรรษที่ยี่สิบถึงสามสิบ แน่นอนว่า ทุกวันนี้ก็มีคนแปลกหน้าอยู่ในอินสมัธ-ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี แต่พูดแล้วมันอาจจะทำให้คุณขนลุกก็ได้ คุณลองสังเกตุซาเก้นสักหน่อยก็ได้ ตอนคุณขึ้นรถบัส พวกเขาบางคน มีหัวที่แคบอย่างประหลาด จมูกก็แบนและใหญ่ ดวงตาดูระยิบระยับ และดูเหมือนจะไม่เคยหลับตา และผิวของเขาก็ดูไม่ปกติอย่างมาก ผิวหยาบกร้านและหย่อนยาน และด้านข้างคอดูแห้งเหี่ยวและยับย่นจนเป็นจีบ แม้จะยังไม่แก่มาก แต่ก็หัวล้าน ส่วนพวกที่มีอายุดูแย่กว่านั้น- ด้วยความสัตย์จริง ผมไม่เชื่อว่า ผมจะเคยเห็นคางที่ดูเหี่ยวยานได้ขนาดนั้นเลย ผมเดาว่า พวกเขาคงจะช็อคตายแน่ถ้าส่องกระจก ! สัตว์ก็ไม่ชอบพวกเขา-พวกเขาเคยมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานม้าจำนวนมาก ก่อนที่จะมีเครื่องจักรใช้


“ ไม่มีใครที่อยู่แถวนี้หรือในอาร์กแฮม หรือในอิปสวิช ที่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับพวกเขา แล้วพวกเขาก็ยังทำตัวน่ารังเกียจเมื่อมาถึงเมืองนี้ หรือเวลาที่มีใครพยายามจะไปตกปลาแถวนั้น มันประหลาดมั้ยล่ะ ที่พวกปลาจะอยู่แน่นขนัดที่อ่าวของอินสมัธ เมื่อไม่มีอะไรเข้าไปอยู่ใกล้ๆ - แต่ลองไปตกปลาที่นั่นด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะรู้ว่า คนพวกนี้ ไล่คุณออกไปได้อย่างไร ! คนพวกนั้น เคยมาที่นี่ทางรถไฟ-เดินแล้วก็ขึ้นรถไฟจากโรวลี่ หลังจากสาขาที่นั่นถูกปิด -แต่ตอนนี้พวกเขาใช้รถบัสนั่น


"จริงสิ ที่อินสมัธก็มีโรงแรมนะ-ชื่อว่ากิลแมนเฮาส์-แต่ผมไม่เชื่อว่ามันจะดีเท่าไรนัก ผมไม่แนะนำให้คุณไปที่นั่นหรอก คุณพักที่นี่ดีกว่า และขึ้นรถเมล์สิบโมงเช้าวันพรุ่งนี้ จากนั้นคุณสามารถขึ้นรถบัส ตอนเย็นเพื่อจะไปอาร์กแฮมได้ตอนสองทุ่ม มีผู้ตรวจสอบโรงงาน มาพักที่กิลแมนเฮาส์เมื่อสองสามปีก่อน จากนั้นเขาก็มีคำแนะนำที่ไม่พึงประสงค์มากมายเกี่ยวกับที่นั่น ดูเหมือนจะมีพวกคนแปลกๆ อยู่ที่นั่น เพราะเขาได้ยินเสียงในห้องอื่นๆ -แต่พอคิดได้ว่า ห้องอื่นมันว่างเปล่านี่-มันเลยทำให้เขากลัวจนตัวสั่น เขาคิดว่า มันเป็นภาษาต่างประเทศ แต่เขาบอกว่า สิ่งที่น่ากลัวคือน้ำเสียงของบางสิ่งที่กำลังพูดอยู่ มันฟังดูแปลกประหลาดมาก-เขาเล่าว่ามันน่าสยดสยองอย่างบอกไม่ถูก-เขาไม่กล้า กระทั่งจะเปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้านอน ได้แต่รอคอยและรีบออกไปทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้น เพราะเสียงพูดคุยดำเนินไปตลอดทั้งคืน


"ผู้ติดตามอีกคนที่ชื่อเคซี่ มีคำพูดมากมายเกี่ยวกับชาวอินสมัธที่คอยจ้องมองดูเขา และดูเหมือนจะระมัดระวังตัวมาก เขาพบว่า โรงถลุงทองคำของมาร์ชเป็นสถานที่แปลกประหลาด เพราะมันอยู่ภายใน โรงสีเก่าด้านล่างของน้ำตกมานูเซท สิ่งที่เขาพูด สอดคล้องกับสิ่งที่ผมได้ยินมา สมุดบัญชีสภาพย่ำแย่ และไม่มีรายการที่ชัดเจนในการจัดการใดๆ คุณรู้ไหมว่า มันเป็นเรื่องลึกลับอย่างหนึ่งมาตลอดว่า มาร์ชได้รับทองคำที่สกัดแล้วได้อย่างไร ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยได้ซื้ออะไรเลย แต่หลายปีที่ผ่านมา พวกเขากลับส่งก้อนโลหะจำนวนมากออกมาจากโรงถลุง


"เคยมีคนพูดถึงเครื่องประดับประหลาดจากต่างประเทศ ที่พวกลูกเรือและ ผู้ชายในโรงกลั่น นำมาวางขายในบางครั้ง ในราคาที่เขี้ยวมาก หรือบางครั้ง ก็ได้เห็นมันในพวกผู้หญิงที่ทำงานให้กับมาร์ช ผู้คนยินยอมให้กัปตันเฒ่าโอเบดแลกเปลี่ยนมัน ในท่าเรือของพวกนอกรีตบางแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นับแต่เขาสั่งลูกปัดแก้วและเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ ดังเช่นคนเดินเรือที่เคยค้าขายกับคนพื้นเมือง คนอื่นๆ ยังคงคิดว่า เขาได้พบกับสมบัติโบราณของพวกโจรสลัดที่แนวปะการังปีศาจ แต่ที่นี่ก็มีเรื่องตลกนะ กัปตันเฒ่าเสียชีวิตเมื่อหกสิบปีก่อน และไม่มีเรือขนาดใหญ่แล่นออกไปต้ังแต่สงครามกลางเมืองแล้ว แต่มาร์ชก็ยังคงซื้อของพื้นเมืองไม่กี่อย่างเหล่านี้ต่อไป- ซึ่งพวกเขาบอกผมว่า ส่วนใหญ่จะเป็นแก้วและยางที่ไม่มีประโยชน์อะไร บางที พวกอินสมัธน่าจะเป็นพวกที่ชอบมองตัวเอง-พระเป็นเจ้ารู้ดีว่าพวกเขา ไม่ได้เลวร้าย ดังเช่นพวกกินคนที่เกาะทะเลใต้หรือคนเถื่อนที่กินี


"ภัยพิบัติในปี 1946 ทำให้จำต้องดำเนินการกับคนเก่าคนแก่จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเขาเป็นที่น่าสงสัย ทั้งมาร์ชและคนรวยอื่นๆ ที่นั่นก็แย่เหมือนกัน อย่างที่ผมบอกคุณ อาจจะมีคนมากกว่า 400 คนในเมือง ในถนนทุกสายที่พวกเขาอาศัยอยู่ ผมคิดว่า พวกเขาเรียกว่า "ขยะสีขาว"อยู่ทางใต้ ซึ่งเป็นที่ผิดกฎหมายและเต็มไปด้วยคนเหลี่ยมจัด แล้วก็มีเรื่องปกปิดเต็มไปหมด พวกเขาจับปลากับล้อบสเตอร์ได้เป็นจำนวนมาก และส่งไปทางรถบรรทุก มันน่าแปลกที่ฝูงปลาอยู่แค่ตรงนั้น และไม่มีในที่อื่นเลย


"ไม่มีเคยเคยตามตัวคนพวกนี้ได้เลย ทั้งเจ้าหน้าที่จากโรงเรียนรัฐและเจ้าหน้าที่ สำรวจสำมะโนประชากรต่างก็ปวดหัวมากในการทำงานนี้ พนันได้เลยว่า อินสมัธไม่ยินดีต้อนรับคนแปลกหน้าแน่ๆ ผมเคยได้ยินเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับนักธุรกิจหรือคนของรัฐบาลบางคนที่หายตัว ไปที่นั่น และมีการพูดคุยกันอย่างไม่จริงจังนัก เกี่ยวกับคนที่คลุ้มคลั่งแล้วก็ถูกส่งตัวไปที่เดนเวอร์ พวกเขาต้องประนีประนอมเรื่องน่ากลัวที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของคนที่หายตัวไปด้วย


“ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม ผมถึงไม่ไปที่นั่นตอนกลางคืนถ้าผมเป็นคุณ ผมไม่เคยไปที่นั่นและไม่ต้องการไปด้วย แต่ผมคิดว่า การเดินทางในเวลากลางวัน จะทำให้คุณปลอดภัย ถึงแม้ว่าคนแถวนี้จะแนะนำคุณว่า อย่าไปเลยก็ตาม ถ้าคุณชอบเที่ยวชมสถานที่และมองหาของเก่า อินสมัธน่าจะเหมาะกับคุณ"


ดังนั้น ผมจึงใช้เวลาช่วงเย็นวันนั้นที่ห้องสมุดสาธารณะนิวเบอรี่พอร์ท เพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอินสมัธ เมื่อผมลองถามคนท้องที่ที่พบในร้านค้า,ห้องอาหารกลางวัน,โรงจอดรถ และ สถานีดับเพลิง ผมพบว่า พวกเขาเริ่มต้นเล่าเรื่องเกี่ยวกับอินสมัธได้ยากกว่าที่เจ้าหน้าที่ขายตั๋วได้บอกไว้ และตระหนักว่า ผมไม่สามารถใช้เวลา ในการเอาชนะการตอบโต้ตามสัญชาตญาณคร้ังแรกของพวกเขาได้ พวกเขามีความสงสัยที่คลุมเครือ ราวกับว่า มีบางสิ่งไม่สมควรสำหรับใครก็ตาม ที่ให้ความสนใจกับอินสมัธมากเกินไป


ที่ วายเอ็มซีเอ ซึ่งผมได้หยุดพัก เสมียนเกือบจะแสดงอาการท้อแท้ ต่อการที่ผมจะเดินทางไป และดูกลัดกลุ้มราวกับที่นั่นแสนจะเสื่อมโทรม และผู้คนในห้องสมุดก็แสดงท่าทีที่คล้ายกันมาก เห็นได้ชัดว่า ในสายตาของผู้มีการศึกษา อินสมัธเป็นเพียงกรณี ที่พูดเกินจริง จากความเสื่อมโทรมของคนในท้องถิ่น


ประวัติศาสตร์ของเอสเซกเคาท์ตี้ ในชั้นหนังสือของห้องสมุด มีกล่าวถึงเพียงเล็กน้อย ยกเว้นที่ว่า เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1643 บันทึกไว้ว่า เป็นที่ต่อเรือก่อนการปฏิวัติ*(หมายถึง สงครามกลางเมืองของสหรัฐฯ) จึงเป็นฐานของความมั่งคั่งทางทะเลอันยิ่งใหญ่ในต้นศตวรรษที่สิบเก้า และต่อมา ศูนย์กลางของโรงงานเล็กๆ ก็ใช้มานูเซ็ทเป็นพลังงาน แต่จากโรคระบาดและการจราจลในปี 1846 ผู้คนในเมืองกลับได้รับการรักษาอย่างไม่ทั่วถึง ราวกับว่า พวกเขาก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อประเทศ


การอ้างอิงถึงการปฏิเสธมีน้อยมาก แต่นัยสำคัญของการบันทึกไว้ในภายหลังนั้น ไม่ผิดพลาด หลังจากสงครามกลางเมือง ทุกคนที่ทำงานโรงงานก็ถูกจำกัดอยู่ที่บริษัทโรงกลั่นของมาร์ช และการตลาดของทองคำนั้น เป็นการค้าหลักที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียว นอกเหนือ จากการทำการประมงตลอดมาและตลอดไป การทำประมงนั้นมีค่าใช้จ่ายน้อยลงเรื่อยๆ ขณะที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง และบริษัทขนาดใหญ่เสนอราคาแข่งขัน แต่ก็ไม่เคยขาดแคลนปลารอบๆ อ่าวอินสมัธเลย ชาวต่างชาติไม่ค่อยมาตั้งรกรากที่นั่น และมีหลักฐานที่คลุมเครือบางอย่างว่า มีชาวโปแลนด์และโปรตุเกสจำนวนหนึ่งที่ลองมาอยู่ แล้วต้องกระจัดกระจายกันไป อย่างน่าแปลก


สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการอ้างอิงถึงเครื่องประดับซึ่งไม่เหมือนสิ่งใดๆ ในโลกนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอินสมัธ อย่างไม่น่าเชื่อ เห็นได้ชัดว่า ในแถบถิ่นชนบทนี้ มันน่าประทับใจมากอยู่ไม่น้อยเลย สำหรับการกล่าวถึงสิ่งที่นำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยมิสคาโทนิก ที่อาร์กแฮม และในห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์ชุมชนของนิวเบอรี่พอร์ท คำอธิบายที่กระจัดกระจายของสิ่งเหล่านี้ ราบเรียบและจืดชืด แต่พวกเขาแนะนำผมว่า มันเหมือนคลื่นใต้น้ำที่ก่อกวนความรู้สึกอยู่เป็นนิจ บางสิ่งเกี่ยวกับพวกเขาดูน่าพิศวงและเร้าใจจนผมไม่อาจสลัดทิ้งได้ ชั่วโมงต่อมาผมตัดสินใจจะไปยังสถานที่นั้น


บรรณารักษ์ได้จดโน้ตแนะนำตัวให้กับผม ได้ไปพบกับแอนนา ทิลตัน ซึ่งเป็นภัณฑารักษ์ของสมาคม ที่ทำงานของเธออยู่ใกล้ๆ นั้น ผมจึงไปพบกับเธอ และหลังจากอธิบายอย่างสั้นๆ แล้ว สุภาพสตรีสูงวัย ก็เมตตานำผมไปยังอาคารที่ถูกปิดไว้ ขณะที่โมงยามยังไม่รุกรานเราจนเกินไป ของสะสมเหล่านั้น ดูโดดเด่นทีเดียว แต่ในอารมณ์ปัจจุบัน ผมไม่มองสิ่งอื่นเลย ยกเว้น วัตถุแปลกประหลาดซึ่งเปล่งประกายใต้แสงไฟอยู่ในตู้มุมห้อง


มันมิใช่ความรู้สึกที่ไวเกินไป สำหรับความงามที่ทำให้ผมอ้าปากค้างด้วยความพิศวง เป็นความวิจิตรที่พิศดารราวกับเป็นของต่างดาว อร่ามเมลืองแวววาวอยู่บนเบาะกำมะหยี่สีม่วง แม้ตอนนี้ ผมก็อธิบายสิ่งที่ผมเห็นได้ยากยิ่งนัก แม้ว่ามันจะเป็นรัดเกล้าชนิดหนึ่งอย่างแน่นอนตามที่มีการอธิบายไว้ มันมีด้านหน้าที่สูง และมีเส้นรอบวงที่กว้างและผิดปกติอย่างมาก ราวกับว่าได้รับการออกแบบมาสำหรับศรีษะที่เป็นวงรีจนเกือบจะเป็นรูปไข่ วัสดุนั้นดูเหมือนทองคำแต่ความเลื่อมเงาเบาบางนั้นกลับคล้ายโลหะผสมบางอย่างที่ไม่อาจรู้ได้ แต่ก็สวยงามไม่แพ้กันเลย และยังเป็นโลหะที่แทบจะไม่อาจระบุชนิดได้อีกด้วย สภาพของมันเกือบจะสมบูรณ์แบบ ผมแน่ใจว่า ใครต่อใครต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการศึกษาการออกแบบที่โดดเด่นและเป็นปริศนาอย่างเหนือธรรมดานี้ -บางส่วนเป็นรูปทรงเรขาคณิตทั่วไป และบางส่วนมีความเป็นท้องทะเล -ดุนลายหรือขึ้นรูปนูนสูงบนผิวหน้าด้วยทักษะฝีมืออันเหลือเชื่อ


ยิ่งเพ่งมองมากเพียงใด สิ่งนั้นยิ่งดึงดูดให้หลงไหล และในความน่าหลงไหลนี้ก็มีองค์ประกอบที่รบกวนใจอย่างน่าอธิบายไม่ถูก ซึ่งยากจะจำแนกหรือพรรณาได้ แรกทีเดียว ผมตัดสินใจว่า มันเป็นงานศิลปะประหลาดที่มีคุณค่าระดับโลก ซึ่งทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจพิกล วัตถุศิลปะอื่นๆ ทั้งหมดที่ผมเคยเห็น ไม่ว่าจะเป็นของชาติพันธุ์หรือเป็นงานกระแสหลักระดับชาติ หรืออื่นใด ที่เป็นสำนึกในการต่อต้านรูปแบบสมัยใหม่ หรือ กระแสอื่นๆ ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว แต่รัดเกล้านี้ ไม่ใช่เลย เห็นได้ชัดว่า มันได้ใช้เทคนิคที่ทำให้ดูบริบูรณ์อย่างไม่มีขีดจำกัด และสมบูรณ์แบบมาก แต่เทคนิคนี้ ห่างไกลจากทุกอย่างที่เคยรู้จักทั้งตะวันออกหรือตะวันตกสมัยโบราณ หรือสมัยใหม่ ดังที่ผมเคยได้ยินหรือเคยได้ฟังมาก่อนอย่างสุดขั้วทีเดียว มันเป็นเหมือนงานฝีมือที่มาจากดาวเคราะห์ดวงอื่น


อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้า ผมก็เริ่มไม่สบายใจเป็นครั้งที่สอง และอาจมีศักยภาพพอๆ กัน ในคำแนะนำด้วยภาพและคณิตศาสตร์ของการออกแบบที่แปลกประหลาดนี้ เพราะในบรรดาภาพนูนต่ำนูนสูงรอบรัดเกล้า เป็นภาพสัตว์ประหลาดที่น่าชิงชัง พึลึกกึกกือ และดูร้ายกาจ- ลักษณะครึ่งหนึ่งเป็นปลาและครึ่งหนึ่งเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ-ซึ่งไม่สามารถแยกออกจากความรู้สึกหลอกหลอนและความรู้สึกที่ไม่สบายใจของความทรงจำหลอกๆ ราวกับว่า พวกเขาเรียกภาพบางส่วนจากเซลล์และเนื้อเยื่อซึ่งมีหน้าที่เก็บรักษาความหวาดกลัวทั้งหมดนับแต่บรรพบุรุษของเราได้พบเจอเป็นครั้งแรก บางครั้ง ผมก็จินตนาการว่า ภาพครึ่งกบ-ครึ่งปลาทุกภาพที่ดูหมิ่นหยามความเชื่อทางศาสนาเหล่านี้ เต็มไปด้วยแก่นสารอันไร้ที่สิ้นสุดของความชั่วร้ายไร้มนุษยธรรมที่เราไม่รู้จัก


ตรงกันข้ามกับแง่มุมที่แปลกประหลาดของรัดเกล้าคือประวัติย่อ และข้อดีที่เกี่ยวข้องกับคุณทิลตัน มันถูกนำมาจำนำเพื่อเงินก้อนหนึ่ง ที่ร้านค้าในถนนกลางเมืองในปี 1873 โดยขี้เมาจากอินสมัธรายหนึ่ง และจากนั้นไม่นาน เขาก็ถูกฆ่าตายจากการทะเลาะวิวาท สมาคมได้รับมอบจากโรงรับจำนำโดยตรง ทันทีที่มันแสดงผลที่คุ้มค่าของคุณภาพของมัน มันถูกระบุว่า น่าจะมีที่มาจากอินเดียตะวันออกหรืออินโดจีน แม้จะมีลักษณะที่ไม่แน่นอนก็ตาม


คุณทิลตัน เปรียบเทียบสมมติฐานที่เป็นไปได้ทั้งหมดเกี่ยวกับที่มาและการปรากฏตัวของมัน ในนิวอิงแลนด์ ซึ่งมีแนวโน้มที่เชื่อได้ว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของของสะสมแปลกใหม่ของโจรสลัด ที่ถูกค้นพบโดยกัปตันโอเบด มาร์ช สมมติฐานนี้ ไม่ได้เบาบางลงเลย เพราะได้มีข้อเสนอที่ยืนยันว่า ต้องการจะซื้อกลับในราคาสูง จากมาร์ช ทันทีที่พวกเขารู้ว่า มันอยู่ที่นี่ และพวกเขาก็ยังทำซ์้ำอีกหลายครั้ง จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ แม้ว่าทางสมาคมยังคงมุ่งมั่นที่จะไม่ขายก็ตาม


ในฐานะที่เป็นสุุภาพสตรีที่มีมารยาท เธอแจ้งให้ผมออกจากอาคารตามเวลาปิด ซึ่งเธอทำให้มันชัดเจนว่า ทฤษฎี โจรสลัดของกัปตันมาร์ชผู้โชคดีนั้นที่นิยมของผู้มีการศึกษาในแถบนี้ ทัศนคติของเธอต่อเงื้อมเงาของอินสมัธ-ซึ่งเธอไม่เคยเห็นมาก่อน-เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ในชุมชนที่ไหลไปตามกระแสของวัฒนธรรม และเธอรับรองกับว่า ข่าวลือเกี่ยวกับการบูชาปีศาจนั้น มีเหตุผลบางส่วนจากลัทธิลับที่แปลกประหลาด ซึ่งมีอำนาจควบคุมที่นั่นและกลืนกินคริสตจักรออร์โธดอกซ์ทั้งหมด


ตามที่เธอกล่าว มันถูกเรียกว่า "มาลาลึกลับแห่งดากอน" และโดยไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับลัทธิความเชื่อ ที่นำเข้าจากตะวันออกเมื่อศตวรรษก่อน ในช่วงเวลาที่การทำประมงในอินสมัธกำลังตกต่ำ แต่แล้ว วิถีของการอยู่ในหมู่ผู้คนที่เรียบง่าย มีความเป็นธรรมชาติ ก็ได้กลายเป็นมุมมองใหม่สำหรับ การคืนกลับมาของวิถีการตกปลาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน และในไม่ช้า มันก็กลายเป็นกระแสของทั้งเมือง แทนที่องค์กรภราดรภาพ*(ฟรีเมสัน) โดยสิ้นเชิง และมีการตั้งสำนักงานใหญ่ ที่เมโซนิคฮอล ในนิวเชิร์ชกรีน


สำหรับมิสทิลตันผู้ใจบุญ ทั้งหมดนี้ได้ก่อตัวขึ้นเป็นเหตุผลที่ยอดเยี่ยม เพื่อการหลีกเลี่ยงเมืองเก่าที่ทั้งเสื่อมและโทรม แต่สำหรับผม มันเป็นเพียงแรงจูงใจที่สดใหม่ ในความคาดหวังทางสถาปัตยกรรมและทางประวัติศาสตร์ ซึ่งตอนนี้ก็ได้เพิ่ม ความกระตือรือร้นทางมนุษยวิทยาเข้าไปด้วย และผมแทบจะนอนไม่หลับในห้องเล็กๆ ของผมที่ “ย” *(ชื่อโรงแรม) เมื่อรัตติกาลเข้าห่มคลุม


*****************************

Howard Phillips Lovecraft (1890-1937)
Howard Phillips Lovecraft (1890-1937)

เอช.พี.เลิฟคราฟท์ (Howard Phillips Lovecraft 1890-1937)

นักเขียนอเมริกัน ผู้ได้ชื่อว่าเป็น “บิดาแห่งเรื่องสยองขวัญแห่งศตวรรษที่ 20” ผู้เป็นต้นธารแห่งแรงบันดาลใจในการสร้างเรื่องสยองขวัญมากมายตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

"The Shadow Over Innsmouth" เรื่องสั้นขนาดยาก(มาก) เรื่องนี้ เป็นหนึ่งในเรื่องสั้นที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดเรื่องหนึ่งของเลิฟคราฟท์ เขาเขียนขึ้นในช่วง พย.-ธค. ของปี 1931ได้รับการตีพิมพ์ในปี 1936 และกลายเป็นเรื่องสยองขวัญคลาสสิคในเวลาต่อมา ด้วยความสมจริง มีรายละเอียดมาก และสร้างบรรยากาศกดดันได้อย่างมีชั้นเชิง เป็นจุดกำเนิดอย่างแท้จริงของคาแรกเตอร์ "มนุษย์ปลา" หรือ อสูรพรายทะเลทั้งปวง 

ความพิเศษของเรื่องสั้นเรื่องนี้มีอีกอย่างหนึ่ง คือเป็นเรื่องสั้นเพียงเรื่องเดียวของเลิฟคราฟท์ ที่ได้มีการตีพิมพ์เป็นเล่มในช่วงที่เลิฟคราฟท์ยังมีชีวิตอยู่ โดยเป็นเรื่องเดียวโดดๆ ไม่รวมกับเรื่องของใคร หรือเรื่องอื่นใดของเขา

Shadow Over Innsmouth ฉบับพิมพ์ครั้งแรก (1936)
Shadow Over Innsmouth ฉบับพิมพ์ครั้งแรก (1936)


เนื่องจากความยาวของเรื่องสั้นเรื่องนี้ ผู้แปลจึงขออนุญาตแปลและอัพเป็นตอนๆ ตามที่ผู้เขียนได้แบ่งไว้แล้วคือ 5 ตอน สำหรับตอนนี้เป็นตอนที่ 1/5 และตอนต่อไปเป็นตอนที่ 2/5 ต่อไปเช่นนี้เรื่อยๆ ครับ

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

เงื้อมเงาเหนืออินสมัธ