MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

ผู้ก่อโศกนาฏกรรม

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2562 - 10:55 น.
AA 53


ผู้ก่อโศกนาฏกรรม

โดย ซิลเวีย โมเรโน่ กาเซียร์


ผู้หญิงรูปร่างเหมือนเนินดินสกปรกคลุมด้วยผ้าขี้ริ้ว ดันรถเข็นช็อปปิ้ง ดูคล้ายก้อนที่เคลื่อนไหวต่อเนื่องไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เหมือนถูกลากโดยคลื่นที่มองไม่เห็น ผมยาวเป็นมันซ่อนใบหน้าของเธอไว้ 

แต่ราม่อนรู้สึกว่าเธอกำลังจ้องหน้าเขา

เขามองไปข้างหน้า สิ่งที่ดี่สุดที่จะทำได้กับกลุ่มคนไร้บ้านที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วแวนคูเวอร์คือปฏิเสธพวกเขาเสีย เอาถ้วยให้พวกเขา แล้วก็ใส่เศษเหรียญให้ด้วย สำหรับเหลือบสังคมพวกนี้

"คุณเห็นลูกฉันบ้างมั้ย?" หญิงชราถาม

เสียงของเธอ เหมือนกระดาษทรายระคายหู ทำให้เขาสั่นระรัว หัวใจของเขาถูกกระแทกราวกับมีใครบางคนแทงมันด้วยเข็ม เขาเดินต่อไปแต่เร็วขึ้นกว่าเดิม มันยังอยู่ในความรู้สึกจนกระทั่งเขาเปิดตู้เย็น และยกนมขึ้นดื่ม เขาจึงระลึกได้ว่า ทำไมถ้อยคำของหญิงชราจึงทำให้เขาสลดใจ 

เพราะเธอทำให้เขาคิดถึง ลอโรน่า

เขาไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเธอมาเป็นปีๆ แล้ว ไม่ตั้งแต่เขายังเป็นเด็กชายที่อาศัยอยู่ที่พอเทโร่

ทุกคนในเมืองจะรู้เรื่องของลอโรน่า เรื่่องที่เล่ากันทั่วไปก็คือ เธอได้กดคอลูกของตัวเองในแม่น้ำและหลังจากนั้นก็เดินท่องไปทั่วเมือง ค้นหาเขาในเวลากลางคืน เสียงร้องไห้ที่น่าสงสารของเธอเป็นสัญญาณเตือนและลางบอกเหตุ

คามิโล น้าชายคนโตของรามอน สาบานกับหลุมศพยายของรามอนว่า เขาได้พบกับผีของเธอตอนขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้านในคืนหนึ่ง มันเป็นฤดูฝน ขณะที่แม่น้ำกำลังเชี่ยวกราก และคามิโลจำเป็นต้องไปใช้ถนนสายรองที่ไม่คุ้นเคย

เขาเห็นผู้หญิงในชุดขาวกำลังโค้งตัวอยู่เหนือต้นกระบองเพชรที่อยู่ข้างทางถนนสายเปลี่ยวเส้นนั้น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหนามจากผลกระบองเพชรและเธอกัดมันอย่างป่าเถื่อน เธอหันกลับมาแล้วยิ้มให้ เลือดหยดออกมาจากปากที่เปิดออก แล้วเปลี่ยนเธอกลายเป็นสีขาว

มันเป็นเรื่องเล่าที่ชาวบ้านกระซิบกันไปทั่วพอเทโร่ มันโคตรจะไร้สาระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาจากปากของคนขี้เมาอย่างคามิโล แต่มันคือบางสิ่งที่เหมือนระเบิดสำหรับเด็กชายอายุแปดขวบที่เอาแต่นอนดึกเพื่อดูหนังสยองขวัญในทีวีขาวดำที่ต่อแบตเตอรี่

อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดถึงเรื่องของลอโรน่าขณะอยู่บนรถไฟฟ้าใจกลางเมือง และร้านรับจำนำ มันดูช่างไร้สาระ ราม่อนไม่เคยเอาเรื่องผีๆ ใส่กระเป่าไปด้วย และพอเทโร่กับลอโรน่า ก็อยู่ห่างไกลจากที่นี่มาก

• • • •

เขามองหญิงไร้บ้านนั่งอยู่ใต้ชายคาแคบๆ ที่กันเธอจากสายฝน 

เธอร้องไห้และกอดถุงพลาสติกไว้ราวกับทารกแรกเกิด

"คุณเห็นลูกฉันบ้างมั้ย?" เธอถาม เมื่อเขาวิ่งจากไป กำร่มไว้ในมือแน่น

ใกล้กับชายที่นอนหลับอยู่หน้าร้านค้าที่ทิ้งร้าง หมาแก่ที่น่าเกลียดนอนขดตัวอยู่ข้างเขา ชายไร้บ้านใจกลางเมือง เหลือบมองราม่อนจากเงาของเขา เมื่อเขาก้าวข้ามก้นบุหรี่เก่าๆ

พวกเขาบอกว่า นี่เป็นย่านใหม่ที่กำลังเติบโต แต่ในแต่ละวันราม่อนมองเห็นแต่ขอทานใหม่ๆ ที่ยื่นถ้วยกระดาษขึ้นเหนือใบหน้า

มันช่างน่าอดสู

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำไมเขาจึงไปจากเม็กซิโก เขาหนีออกจากความทุกข์ยากเน่าเหม็นในวัยเด็ก และจากห้องเล็กๆ ที่มีทีวีขาวดำที่เขาต้องนอนร่วมกับลูกพี่ลูกน้อง

หลังบ้านของเขาเต็มไปด้วยลูกกระบองเพชรและพื้นที่ว่างเปล่า ไม่มีถนน และไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ มีแต่ความแห้งแล้ง ไม่มีอะไรถูกกลืนกินภายใต้ขอบฟ้าสีม่วง มันง่ายที่จะเชื่อว่าลอโรน่าท่องไปทั่วแถบนี้

แต่ไม่ใช่ในแวนคูเวอร์ซึ่งสดใหม่และแวววาว มีลาเต้ฟองนมและคอนโดมิเนียมเล็กๆ อยู่ทั่วไป

• • • •

หมากำลังหอน พวกมันกลัวเขา ในป่า สัตว์จรจัดกำลังตระเวนไปทั่่วหลังบ้านในคืนนี้ น้าชายของเขาบอกเขาว่า หมาหอนเมื่อพวกมันเห็นลอโรล่า ราม่อนวิ่งไปที่ห้องของเด็กผู้หญิงและซ่อนอยู่บนเตียงนอนของแม่ ผวากับเสียงต่างๆ จนกระทั่งแม่ต้องกอดเขาไว้จนกระทั่งเขาหลับไป

แต่เมื่อเขาตื่นขึ้น ราม่อนอยู่ในอพาร์ทเมนต์ของเขา และมันเป็นเพียงเสียงเห่าจากหมาโดเบอร์แมนของเพื่อนบ้านเท่านั้น

เขาพลิกตัวไปที่กลางเตียง จ้องมองเพดานห้อง

• • • •

ราม่อนมองเห็นหญิงชราในสัปดาห์ถัดมา เธอกำลังนั่งกอดเข่า

"ลูกของฉัน" เธอเอ่ยขึ้น ผ่านผมสีเทาสกปรกที่ปิดบังใบหน้าของเธอ "ลูกของฉันอยู่ที่ไหน?"

ความเพ้อคลั่งของเธอช่างน่าสะอิดสะเอียน สายตาที่น่าขยะแขยงลุกลามเหมือนเชื้อโรคและคุกคามทางเดินของเขา ก็เหมือนกับคนไร้บ้านที่มีเกลื่อนแถวนี้ เช่น ผู้ชายที่อยู่ด้านหน้าร้านขายยาที่ถามเขาตลอดเพื่อขอแลกอะไรบางอย่าง แม้จะรู้ว่าราม่อนไม่เคยให้อะไรเขาเลย , หรือผู้ชายผิวตะปุ่มตะป่ำใต้ผ้าห่มผืนเก่าที่หลับอยู่ตลอดเวลาใต้ชายคาของร้านเบอร์เกอร์

เมืองแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นท่อน้ำโสโครก แน่ล่ะ ว่ามันดูสวยจากระยะไกลด้วยอาคารกระจกสูงและภูเขา แต่เบื้องล่างมันเหมือนสตูว์ขยะและขอทานน่าหดหู่ที่กีดขวางวิวทิวทัศน์ มันเตือนให้เขาคิดถึงพอเทโร่และห้องนอนเพดานแคบ ที่ซึ่งเขาจ้องมองรอยรั่วสีเหลืองเล็กๆ แล้วกลายมาเป็นเรื่องอนาจาร ต่อมามีรอยปะสีดำเหนือเตียงนอนจนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาเก็บข้าวของและมุ่งหน้าไปทางเหนือ

เขารู้สึกเหมือนความหุนหันพลันแล่นในวัยรุ่นย้อนกลับมาอีกครั้ง เก็บข้าวของส่วนตัวลงในเป้และไปจากท้องฟ้าสีเทาของแวนคูเวอร์ แต่เขามีคอนโดซึ่งถ้าผ่อนหมดก็จะกลายเป็นของเขาในวันหนึ่ง มีงานของเขา และจุดยืนทุกอย่างที่ผู้ชายที่ไปถึงวัยสี่สิบสามารถสะสมไว้ได้ ไม่กี่ปีข้างหน้า บางทีนะ แต่ตอนนี้มันดูเหมือนเป็นการเสียเวลาอย่างมหาศาล

ราม่อนพยายามปลอบใจตัวเองด้วยความคิดที่ว่า วันหนึ่งเมื่อเขาเกษียณ เขาจะย้ายไปอยู่เกาะเขตร้อนที่มีชายหาดสีขาวบริสุทธิ์และน้ำทะเลสีฟ้าเขียว ที่ซึ่งซากของมนุษยชาติไม่อาจล้างชายฝั่งได้

• • • •

เขาไปซื้อของที่ร้านขายของชำ และเธอก็อยู่ที่นั่น เก็บกระป๋องออกจากถังขยะในซอยด้านหลังซุปเปอร์มาเก็ต

ลอโรน่า

เขาเคยส่งโปสการ์ดไปให้แม่ของเขาทุกปีตอนที่เขายังหนุ่มกว่านี้ ในตอนแรกๆ ที่ย้ายมาอยู่ในเมือง เขาไม่สามารถส่งเงินไปได้เพราะงานล้างจานไม่มีรายได้มากพอให้คุณเก็บเงิน และเขาก็ไม่อาจโทรศัพท์ได้บ่อยเพราะเขาเช่าห้องอยู่ในบ้านซึ่งไม่มีสายโทรศัพท์ในนี้ ถ้าเขาต้องการจะโทรศัพท์ เขาต้องไปใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน

แทนที่จะโทร เขาจึงส่งโปสการ์ด

คาเมนไม่ชอบมัน

พี่สาวของเขา บ่นเรื่องการส่งเงินมาให้แม่อย่างขาดๆ หายๆ

"ทำไมฉันต้องคอยดูแลแม่ด้วยล่ะ หือ? ทำไมฉันต้องติดอยู่ในบ้านนี้กับแม่?" เธอถามเขา

"อย่าแสดงเกินจริงหน่อยเลย เธอก็ชอบอยู่กับแม่"

“แกหนีไปอยู่แคลิฟอร์เนีย และไม่เคยส่งเงินเฮงซวยมาให้แม้แต่เซ็นต์เดียว"

"มันไม่ง่ายนะเว้ย!"

"อยู่ที่นี่มันก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะ ราม่อน แกก็เหมือนได้พวกผู้ชายห่าเหวทั้งหมดนั่นแหละ แค่จากไปแล้วก็ทิ้งที่นี่กับพวกผู้หญิงไว้ข้างหลัง ใครจะดูแลแม่ตอนเธอแก่ลงแล้วเจ็บป่วยล่ะ? ใครจะคอยทำความสะอาดบ้าน ปัดฝุ่นหลังจากนี้ล่ะ? แล้วจะเอาเงินระยำจากไหนมาใช้? ฉันไม่เอาด้วยนะ ราม่อน"

"บาย คาเมน"

"มีบางอย่างที่แกกำจัดออกไปไม่ได้นะ ราม่อน" พี่สาวของเขาตะโกน

เขาไม่ได้โทรไปอีกหลังจากนั้น ไม่นาน เขาย้ายไปเมืองอื่นและในเวลานั้น เขาเลือกแคนาดา และเขาไม่ได้ส่งโปสการ์ดอีก เขาตั้งใจว่าวันหนึ่งจะส่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตและแต่ละปีถัดมา เขาคิดว่ามันจะแย่มากมั้ยถ้าเขาพยายามจะโทร

และเขาควรจะโทรไปพูดเรื่องอะไร? 

มันหลายปีมาแล้ว ตั้งแต่เขาออกจากบ้าน ขณะที่พี่สาวและลูกพี่ลูกน้องยังอาศัยอยู่ในพอเทโร่ เขาค่อยๆ ลอกเปลือกทีละชั้นๆ ของราม่อนคนเก่า และลอกคราบจนกลายเป็นคนใหม่

แต่บางที คาเมนก็เป็นฝ่ายถูก บางทีมีบางสิ่งที่คุณไม่อาจทิ้งได้ บางความทรงจำ บางเรื่องราว บางความกลัว ที่เกาะติดอยู่กับผิวหนังเหมือนแผลเป็นเก่า

สิ่งนี้ติดตามคุณ

บางที ผีก็สามารถติดตามคุณได้ด้วย

• • • •

มันเป็นบ่ายที่แย่ พวกงี่เง่าในที่ทำงาน และบนถนน แล้วก็ฝนที่น่ารังเกียจ ที่ตกหนักลงมา โคลนสกปรกเกือบจะกลืนกินทางเท้า เขาทำร่มหายและเดินไปพร้อมกับซุกมือไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต ก้มหัวลงต่ำ

แค่สี่บล็อกเขาก็จะถึงบ้าน

แล้วราม่อนก็ได้ยินเสียงแหลม หวีดแหลมสูง มันเป็นเสียงกรีดร้อง เสียงคราง เป็นเสียงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

นรกอะไรกันนี่

เขาหันกลับและมองไปที่หญิงชรา คนที่เขาเรียกเธอว่าลอโรน่าที่เข็นรถช็อปปิ้ง

กรี๊ง กรี๊ง เธอวิ่งไปพร้อมรถเข็น ไล่ตามเขา กรี๊ง กรี๊ง กริ่งโลหะดังก้องกังวานเสียงต่ำ

"เด็กๆ เด็กๆ เด็กๆ"

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง เสียงโลหะดังคล้ายเสียงสวดมนต์ในท่วงทำนองโบราณ

เขาเดินเร็วขึ้น รถเข็นมาอยู่ตรงกับทางเดินของเขาแล้วล้อก็หมุน

เขาเร่งเท้าเป็นสองเท่า รีบข้ามถนนก่อนที่ไฟจราจรจะเปลี่ยนสี เสียงรถเข็นครวญครางใกล้เข้ามามากขึ้น ราวกับหนีบหัวเข่าของเขา

เขาคิดว่าเธอจะต้องเข้ามาตีหัวเขาด้วยอะไรบางอย่าง แล้วหลังจากนั้นเสียงทุกอย่างก็เงียบลง

เขาหันมองข้ามไหล่ตัวเอง หญิงชราจากไปแล้ว เธอเลี้ยวเข้าไปในตรอก หายไปหลังถังขยะขนาดใหญ่

ราม่อนวิ่งกลับบ้าน

• • • •

หมาหอนอีกครั้ง เป็นการหอนที่โหยหวน ลมคำรามราวกับปีศาจ สายฝนซัดสาดหน้าต่าง อ้อนวอนขอเข้าไปข้างใน และเขาก็นอนอยู่ใต้ผ้าห่ม หวาดสะดุ้ง

เขารู้สึกว่าแขนของแม่โอบรอบกายเขาไว้ มือของเธอลูบผมของเขาเหมือนที่เธอทำเมื่อครั้งเขาหวาดกลัว เป็นเพียงเด็กชายตัวเล็กๆ ที่หวาดกลัวภูติผีที่ร่อนเร่ผ่านที่ราบ

มือของแม่ตบเบาๆ ที่มือของเขา

มือของแม่ผอม นิ้วเรียวยาวเป็นปุ่มปมกับเล็บสกปรก เล็บที่เปรอะเปื้อน กลิ่นเหมือนดินโคลน ขยะเน่าเหม็น และราชื้นแฉะ กระแทกเขาอย่างจัง

เขามองเห็นแม่ของเขา และผมสีเทาลายของเธอ ยิ้มสีเหลืองของเธอระบายอยู่ในความมืด

เขากระโดดลงจากเตียง เมื่อเท้าแตะพื้น เขาพบว่า ห้องของเขาเจิ่งนองไปด้วยน้ำสูงสามนิ้ว

"คุณเห็นลูกของฉันมั้ย?" สิ่งที่อยู่บนเตียงเอ่ยถาม

หมาหอน และเขาตื่นขึ้น หน้าของเขาจมลงไปในหมอน

• • • •

เขาใส่หมวกไปทำงาน ทำแบบนี้แล้วเขารู้สึกปลอดภัย ถนนเป็นอาณาเขตของเธอ เธอเป็นเจ้าของตรอกซอย เมื่อเขาไปทานมื้อเที่ยงเขามองดูแอ่งน้ำและคิดเกี่ยวกับเด็กทารกที่ถูกกดจมน้ำ ศพลอยไปตามแม่น้ำสีเงิน

อย่าให้ลอโรน่ามองเห็นแก น้าชายของเขาบอก เธอเห็นแกแค่ครั้งเดียว เธอจะตามแกไปถึงบ้านและหลอกหลอนแกจนตาย ไอ้หนู

"โอ ลูกๆ ของฉัน" เธอจะกรีดร้องและลากแกลงไปในแม่น้ำ

แต่เขาทิ้งเธอไว้ข้างหลังแล้วในพอเทโร่

เขาคิดว่าเขาทิ้งเธอไปแล้ว

• • • •

ราม่อนพยายามจะเรียกเขาคืนมา ถ้าหากมีเครื่องรางหรือยาที่สามารถต่อต้านวิญญาณร้ายได้ น้าชายของเขาไม่เคยเอ่ยถึงมัน การรักษาเพียงอย่างเดียวที่เขารู้ก็คือการโอบกอดจากแม่ของเขา

" อยู่นี่แล้ว อยู่นี่แล้ว เจ้าตัวน้อย" เธอพูด และเขาปลอดภัยในอ้อมกอดของเธอ เมื่อแม่น้ำล้นหลากและสายฟ้าแลบเป็นสายเหมือนงูบนท้องฟ้า

• • • •

ในตอนเช้า มีลำแสงจากดวงอาทิตย์ ราม่อนลองเสี่ยงที่จะเดินสักสองสามบล็อก แต่ไม่เพียงปราศจากฝน เมืองก็รู้สึกเหมือนโดนชำระล้าง สีของมันถูกระบายออกไป มันดูคล้ายภาพขาวดำที่พวกเขาออกอากาศในทีวีราคาถูกในวัยเด็กของเขา

แม้จะคิดว่า เขาจะไม่ชนเข้ากับเธอแน่ๆ แต่ลอโรน่าได้ปรากฎตัวเหยียดยาวและหนาแน่นอยู่เหนือถนน ชิ้นส่วนแห่งความมืดเกาะติดกับผนังและถังขยะในตรอกซอย ดูเหมือนว่ามันจะแพร่กระจายไปทั่วผู้คน: ดวงตาแวววาวของคนช่างพูดสะท้อนภาพแม่น้ำแทนที่จะเป็นอิฐของอาคาร

เขารีบรุดกลับบ้านและล็อคประตู แต่เมื่อฝนตกอีกครั้ง น้ำได้ซึมเข้าในห้องนั่งเล่น 

เพียงแค่หยดน้ำซึมเข้าในอพาร์ทเมนต์ของเขา

เขาถูพื้นทำความสะอาด น้ำไหลซึมมากขึ้นเหมือนหนองเดือด เหมือนแผลที่ถูกผ่าออกแล้วเชื้้อโรคก็แพร่ออกมา

• • • •

ลอโรน่า ยืนขมึงทึงอยู่ในตรอก เธอดูเหมือนก้อนเนื้อในความมืดกำลังมองตรงไปที่หน้าต่างอพาร์ทเมนต์ของเขา เขารู้สึกถึงเธอทะลุผ่านผนังคอนกรีตและกระจก กำลังจ้องมองมาที่เขา

เขาคว้าสมุดบันทึกเล่มเก่าที่เปรอะเปื้อนและมีหมายเลขที่ถูกลืมไปแล้ว

ฝนตกหนักสาดใส่อาคารและลมก็ร้องโหยหวนเหมือนหญิงสาว

เสียงโทรศัพท์ดังก้องในหูของเขา

มันผ่านมานานกว่าสิบปีแล้ว เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี เขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมเขาจึงอยากโทร เขาไม่อาจขอร้องอย่างสุภาพให้ส่งผีกลับไปที่เม็กซิโก

เขากดปุ่ม

หมายเลขนั้นไม่อาจติดต่อได้

เขาคิดว่าคาเมนและแม่และฝุ่นอันว่างเปล่าทั้งหลายอยู่ด้านหลังบ้าน

บางที อาจจะไม่มีแม้กระทั่งบ้าน 

บางที รัตติกาลและแม่น้ำอาจกลืนกินพวกเขาไปแล้ว

• • • •

ลอโรน่ามาพร้อมกับฝน หรือบางที อาจจะกลับกัน คือฝนมาพร้อมกับเธอ บางสิ่งก็มาด้วยกัน ความมืด 

อพาร์ทเมนต์ของเขาเริ่มมืดสลัว เขายังคงอยู่ในแอ่งของแสงสว่าง ห่างไกลจากความมืด

ด้านนอก ในตรอก ลอโรน่าขูดถังขยะด้วยเล็บของเธอ

หมาเริ่มหอน

ราม่อนนอนตัวสั่นอยู่บนเตียง คิดถึงแม่ของเขาและสงสัยว่าเธอเคยใช้วิธีไหนในการไล่ผีออกไป

• • • •

เธอนั่งอยู่ข้างกองขยะกลางตรอก น้ำหยดลงบนไหล่ทั้งสองข้าง เธอกำผ้าขี้ริ้วและสิ่งสกปรกและเศษพลาสติกไว้ชิดหน้าอก หัวของเธอก้มลงและใบหน้าของเธอซ่อนอยู่หลังม่านผมรุงรัง

"ลูกของฉัน ลูกของฉัน"

เธอเงยหน้ามองเขาอย่างช้าๆ เม็ดฝนหยาดหยดเต็มหน้า ไหลลงตามร่องแก้มสกปรกของเธอ

เขาคาดว่าจะได้เจอภาพฝันร้ายอย่าง เลือดที่หยดหยาด ตาสีเหลืองเหมือนตาแมว หรือหัวกะโหลกผุเปื่อย แต่นี่เป็นแค่หญิงชรา ผิวของเธอแตกร้าวจากกาลเวลาและดวงตาของเธอก็ขุ่นมัว 

นี่คือหญิงชราคนหนึ่ง

เธอควรจะเป็นแม่ของเขา เธออาจจะเป็น สำหรับทุกสิ่งที่เขารู้ เขาทำรูปถ่ายของเธอหายไปนานแล้วและไม่อาจจำได้แล้วว่าเธอมีหน้าตาอย่างไร แม่ของเขา ผู้ที่ใช้นิ้วลูบผ่านผมของเขาและกอดเขาไว้จนกระทั่งภูติผีหายไป ตอนนี้ เขาแก่เกินกว่าจะกลัวผี แต่ผียังมาหาในคืนนี้

หญิงชราจ้องมองเขา แห้งผาก หลงลืม และหวาดกลัว

"ลูกฉันหายไป" เธอกระซิบด้วยเสียงเหมือนใบไม้แห้ง

ตรอกนั้นก็คือแม่น้ำ เขาไปหาเธอ จมลงไปในโคลน จมลงไปในแม่น้ำสีเงิน เขากอดเธอ และเธอก็ละโบมเส้นผมของเขา ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีดำและขาว เหมือนภาพในทีวีเครื่องเก่า และเสียงลมก็หวีดหวิวในหูของเขาราวกับปีศาจลมในวัยเยาว์

***


ผู้ก่อโศกนาฏกรรม แปลจาก Lacrimosa ของ ซิลเวีย โมเรโน่ การ์เซีย

อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษได้ที่ http://www.nightmare-magazine.com/authors/silvia-moreno-garcia/


Silvia Moreno-Garcia
Silvia Moreno-Garcia

ซิลเวีย โมเรโน่ การ์เซีย  (1981-ปัจจุบัน) เป็นนักเขียนผู้ชนะรางวัล Copper Cylinder Award จากงานเขียนเรื่อง Signal to Noise ,เป็นผู้เข้ารอบสุดท้าย ของรางวัล British Fantasy,รางวัล Locus

,รางวัล Sunburst&Aurora โดยงานเขียนเรื่อง Certain Dark Things ได้รับเลือกให้เป็นหนังสือที่ดีสุดของ NPR ประจำปี 2559 เธอยังได้รับรางวัล World Fantasy Award จากงานของเธอในฐานะบรรณาธิการด้านกวีนิพนธ์เรื่อง She Walks in Shadows 

เธอมีผลงานนวนิยายมากมายหลายเล่ม

ติดตามผลงานของเธอได้ที่ http://www.silviamoreno-garcia.com/blog/


**********************

บันทึกหลังแปล

ผมชอบเรื่องสั้นที่มีการตัดฉาก มันให้ความรู้สึกเหมือนดูหนัง 

การประกอบสัญลักษณ์ของเรื่องสั้นเรื่องนี้ทำได้น่าสนใจมาก ผู้หญิงแก่-แม่,เด็กชาย-เด็กทารก,แม่น้ำ-ตรอก,ผี-อดีตที่หลอกหลอน ฯลฯ 

ผมเป็นอีกคนที่ห่างบ้าน ห่างแม่มาไกล นานๆ จะกลับบ้านสักที แม้แต่ตอนแม่เสียก็ยังไม่ทันได้ไปดูใจแก ผ่านมานานหลายปีเรื่องนี้ยังอยู่ในใจ

บางทีก็เป็นอย่างประโยคในเรื่องสั้นเรื่องนี้ "มีบางอย่างที่เรากำจัดออกไปไม่ได้"

ขอบคุณที่อ่านครับ

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

ผู้ก่อโศกนาฏกรรม