MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

ข้า, "คธูลู"

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 - 10:09 น.
AA 206
1.
"คธูลู" พวกมันเรียกข้าเช่นนี้ คธูลูผู้ยิ่งใหญ่
ไม่มีใครออกเสียงได้ถูกต้องหรอก
เจ้าเขียนลงไปแล้วใช่มั้ย ? ทุกคำพูดนะ ? ดี...ข้าจะเริ่มอย่างไรดีนะ...หืม?...
ถ้างั้น...ดีล่ะ เริ่มต้นอย่างนี้ จงเขียนลงไป เวทลีย์

ข้าถือกำเนิดขึ้นเมื่อนานแสนนานจนไม่อาจนับได้

ในหมอกทมิฬแห่งคฮาอิกนิอาห์ (ไม่ใช่ แน่ละ ข้าไม่อาจรู้ได้ว่าจะออกเสียงอย่างไร
เขียนมันลงไปดังที่ข้าพูด) จากบิดามารดาไร้นามที่ดุจเป็นฝันร้ายของข้า
ภายใต้พระจันทร์เต็มดวง
มันมิใช่ดวงจันทร์ของดาวเคราะห์นี้*(หมายถึง โลก-ผู้แปล) แต่แน่ละ มันคือดวงจันทร์จริงๆ
ในบางคืน มันสว่างไปครึ่งท้องฟ้าและเป็นสีกุหลาบ
เจ้าจะเห็นว่ามันเป็นสีแดงเข้มที่หยดและหยาดลงบนหน้าอันบวมฉุ
ย้อมมันจนเป็นสีแดง จนกระทั่งมันลอยสูงขึ้น
เอิบอาบหมอกและหอคอยราวกับชุ่มไปด้วยเลือด

จากแสงสีแดงของมัน


มันเป็นวันเช่นนั้น

หรือค่อนข้างจะเป็นคืนเช่นนั้นทั้งหมด สถานที่นั้นมีพระอาทิตย์อีกแบบหนึ่ง
แต่มันเก่าแก่มาก แม้จะย้อนกลับไป ข้าจำได้ว่า ในค่ำคืนสุดท้ายที่มันระเบิด
พวกเราได้เลื้อยลงไปที่หาดเพื่อดู

และข้าลงไปเป็นคนแรก


ข้าไม่รู้จักบิดามารดา


บิดาข้าถูกกินโดยมารดา ในเวลาใกล้เคียงกับที่เขาปฏิสนธินาง

ในคราวของของนาง ได้ถูกกินโดยตัวเองจากการกำเนิดข้า
นั่นคือความทรงจำแรกของข้า ดังเช่นที่มันเกิดขึ้น
ข้าจึงดิ้นรนออกห่างจากนาง
กลิ่นเหม็นสาปของนางยังคงติดอยู่ที่หนวดของข้า

อย่าทำเป็นตระหนกไปหน่อยเลย เวทลีย์

ข้าพบว่าพวกมนุษย์เช่นเจ้า ก็น่าสะอิดสะเอียนไม่แพ้ข้า

นั่นย้ำเตือนข้าว่า พวกมันจำได้ไหมว่าต้องให้อาหารช็อกกอธ ?

ข้าคิดว่า ข้าได้ยินมันสบถอะไรบางอย่าง

ข้าใช้เวลาในช่วงหลายพันปีแรกๆ ในปลัก ข้าไม่ชอบมันหรอก

แต่แน่ละ ในเมื่อข้ายังมีสีสันราวกับปลาเทราต์รุ่นๆ และยาวแค่สี่ฟุต
ตามการนับของพวกเจ้า ข้าจึงใช้เวลาส่วนใหญ่คืบคลานไปบนสิ่งนั้น
และกินพวกมัน และในคราวของข้า ก็ต้องหลบหลีกการถูกเหยียบย่ำและกลืนกิน

ข้าผ่านวัยเยาว์เช่นนั้น


แล้วในวันหนึ่ง--ข้าเชื่อว่ามันเป็นวันอังคาร--ข้าค้นพบว่า มีสิ่งอื่นนอกเหนือไปจาก

การใช้ชีวิตอยู่เพื่อกินอาหาร (การร่วมรัก ? แน่ละว่าไม่ใช่ ข้ายังไม่เจอขั้นนั้นจนกว่า
จะถึงช่วงผสมพันธุ์ในขั้นถัดไป และดาวเล็กๆ ที่ไร้ความสำคัญของเจ้าจะต้อง
เข้าสู่ยุคน้ำแข็งหลังจากนี้) มันเป็นวันอังคาร ที่ลุงฮัสเธอร์ ได้เลื้อยลงมายังปลักของข้า
พร้อมกับกรามที่หลอมเป็นก้อนของเขา

มันหมายความว่า เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะแวะมากินอาหารด้วย ดังนั้นเราจึงสนทนากัน


ตอนนี้ เป็นคำถามที่โง่ๆ สักหน่อย แม้แต่กับเจ้า เวทลีย์

ข้าไม่ต้องใช้แม้กระทั่งปากเพื่อสื่อสารกับเจ้า ใช่มั้ย ?
อย่างนั้นนั่นแหละ คำถามคล้ายๆ ดังว่า และข้าจะต้องหาใครบางคนที่จะเชื่อมโยง
ความทรงจำของข้าด้วย แล้วเจ้าก็จะต้องไปให้อาหารช็อกกอธ

เราออกไปด้วยกัน ฮัสเธอร์ กล่าวกับข้าว่า

"เจ้าต้องการจะไปกับพวกเรามั้ย?"

"เรางั้นรึ ?" ข้าถามเขา "ใครคือเรา ?"


"ข้าเอง" เขากล่าว "แล้วก็ อซาทอธ,ยอก-โซทอธ,นีอาลาโฮเธป,ทซาทอกกวา,ลา-ชูบ นิกูรัท

,เจ้าหนุ่มยุกกอธ และคนอื่นๆ ...เจ้ารู้มั้ย เจ้าหนู (ข้าแปลให้เจ้าโดยตรง
เวทลีย์ เจ้าเข้าใจมั้ย พวกเราทั้งหมดเป็น ไบ หรือ ไตรเซ็กชวล และยายเฒ่า
ลา-ชุบ นิกูรัท ก็มีลูกอย่างน้อยพันคน หรือตามที่ชอบอ้าง พวกตระกูลข้านั้นมักจะ
กล่าวเกินจริงอยู่เสมอ) เราจะออกเดินทาง" เขาสรุป
"แล้วพวกเราจะประหลาดใจ ถ้าเจ้าชอบเรื่องสนุก"

ข้าไม่ได้ตอบเขาในทันที พูดตามจริง ข้าไม่ได้ชื่นชอบพวกญาติๆ ของข้านัก

และ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเหมาะสมในการบิดเบือนความพิลึกกึกกือของระนาบมิติ
ซึ่งข้ามีปัญหาอย่างมากในการมองเห็นพวกเขาอย่างชัดเจนอยู่เสมอ
พวกเขามีแนวโน้มที่จะเลือนลางอยู่รอบๆ ขอบของอวกาศ
และพวกเขาบางตน เช่น ซาบาออธ คือตัวอย่าง ที่มีขอบอวกาศอยู่มากมาย

แต่ข้ายังคงเยาว์ ข้ากระหายความเร้าใจ

"มันยังมีสิ่งชีวิตจำนวนมากที่น่าสนใจยิ่งกว่าที่แห่งนี้ !"
ข้าควรจะร้องไห้ด้วยความปลาบปลื้มในปลักที่ราวกับสุสานเหม็นอับรอบตัวข้านี้
และ(ถูกยกขึ้น)เหนือหัวของพวกสาวกจ๊าบๆ ที่โห่ร้องและพุ่งออกไป
หากตอบว่า "ตกลง"
ถ้าเจ้าจะคาดเดาเช่นนั้น
แล้วของเหลวในตัวข้าก็ไหลซึม
หลังจากได้ร่วมทางไปกับฮัสเธอร์ จนกระทั่งเราไปถึงที่รวมพล

เท่าที่ข้าจำได้ เราใช้เวลาในจันทร์เต็มดวงถัดมา ในการถกเถียงว่าเราจะไปที่ไหน

อซาทอธมีหัวใจที่ติดตั้งไว้ที่ ชักไก ที่ห่างไกล และนีอาลาโฮเธป มีบางสิ่ง
เกี่ยวกับสถานที่ที่มิอาจพูด(สาบานด้วยชีวิต ข้าไม่อาจรู้ได้ว่าทำไม
ครั้งสุดท้ายที่ข้าอยู่ที่นั่น ทุกอย่างถูกปิดสนิท)
แต่ทุกที่ที่ไปนั้นเหมือนกันหมดสำหรับข้า เวทลีย์
ทุกหนแห่งเปียกแฉะและอย่างไรก็ตามเหอะ มันเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายกาจ
และข้าคิดถึงบ้าน
แต่ ยอก-โซทอธ ได้กล่าวคำพูดสุดท้าย อย่างที่เขาทำ
แล้วเราก็ได้มาถึงระนาบของเรา

เจ้าได้พบยอก-โซทอธหรือไม่ ? เจ้าตัวประหลาดสองขาของข้า ?


ข้าคิดอย่างนั้นจริงๆ


เขาเปิดทางให้เราเพื่อมาสู่ที่นี่


ด้วยความสัตย์จริง ข้าไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับมัน และยังคงเป็นอย่างนั้น

หากข้ารู้ถึงอุปสรรคที่เราจะไปสู่ ข้าคาดเดาว่า ข้าจะต้องใส่ใจมากกว่านี้
แต่ตอนนั้นข้ายังเยาว์นัก

เท่าที่ข้าจำได้ จุดแรกที่เราหยุดพักคือ คาคอซ่าที่หม่นสลัว

ที่นั่นมันน่าสะพรึงจนข้าอึแทบราด
ในวันนั้น ข้าสามารถมองดูพวกที่มีรูปทรงเดียวกับเจ้า โดยไม่สั่นกลัว
แต่ผู้คนเหล่านั้น โดยปราศจากสัดส่วนของระยางค์เทียมระหว่างเรา
กลับทำให้ข้าสะท้าน

ราชาชุดเหลือง คือคนแรกที่ข้าได้เผชิญหน้า


ราชาในผ้าคลุมยาวรุ่งริ่ง เจ้ารู้จักเขาหรือไม่? ในหนังสือเนโครโนมิคอนฉบับสมบูรณ์

หน้าเจ็ดร้อยสี่ ได้อธิบายถึงภาวะการดำรงอยู่ของเขา และข้าคิดว่า เจ้าปัญญาอ่อนพรินน์
ได้แนะนำว่าเขาคือ เดอ วามิส ผู้ลี้ลับ และนั่นคือห้องพิพากษาของมันอย่างแน่นอน

ช่างสวยงามยิ่งนัก ,ครั้งนั้น ข้าได้รู้จักเขา


เขาคือคนหนึ่งที่ได้มอบความคิดอันยิ่งใหญ่ให้แก่ข้า


"นรกที่พูดไม่ได้นี่มันอะไรกัน ? แล้วข้าจะทำอะไรได้บ้าง ในมิติที่น่าเบื่อแบบนี้ ?" ข้าถามเขา


เขาหัวเราะ ในครั้งแรกที่ข้ามาถึง
แล้วเขากล่าว "มันก็แค่สีสันหนึ่ง ที่อยู่ผิดมิติเวลาเท่านั้น"

ข้าถามตนเองด้วยคำถามเดียวกันนั้น

จากนั้น ข้าจึงได้ค้นหาความหฤหรรษเมื่อครั้งสามารถพิชิตโลกอันประหลาดใบนี้ได้
เจ้าพวกประชากรคร่ำครึเหล่านั้น นำพวกมันไปสู่ความกลัว
และบูชาข้า นั่นคือเสียงหัวเราะที่แท้จริง


"แน่ละ พวกเอกะบรรพกาล*ไม่ชอบมัน" (*Old Ones/Elder Thing)

พวกเอกะบรรพกาล ? ข้าถามเขา


"พวกมันไม่ชอบ" เขาตอบ "พวกเอกะบรรพกาล ถือตนเป็นหนึ่ง ราวกับเด็กชายกำลังสนุกสนาน

พวกมันมีหัวเหมือนปลาดาวขนาดใหญ่ พร้อมด้วยปีกทรงพลังมันเลื่อมที่สามารถบินข้ามมิติ"

บินข้ามอวกาศ ? บินงั้นเหรอ ! ? ข้าตกใจมาก ข้าไม่คิดว่าจะมีใครบินได้ในเวลานั้น

ทำได้ทั้งสองอย่างได้อย่างไรในเมื่อบางคนยังคลานเหมือนตัวทาก ?
ข้าปรารถนาจะเห็นเหลือเกินว่าทำไมจึงเรียกพวกเขาว่า เจ้าเฒ่าจอมโอหัง(old ones)
โทษที ข้าหมายถึง พวกเอกะบรรพกาล (Old Ones)

"พวกเอกะบรรพกาลทำอะไร?" ข้าถามราชา


(ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังทั้งหมดเกี่ยวกับการคลานในภายหลัง เวทลีย์

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ลองคิดดู เจ้าไม่มี wnaisngh'ang กระทั่งบางที
อุปกรณ์ ตีลูกขนไก่ก็เกือบจะทำได้ทั้งหมดเช่นกัน แล้วข้าจะไปอยู่ไหนกันล่ะ?)

"พวกเอกะบรรพกาลทำอะไร?" ข้าถามราชา


"ก็ไม่มีอะไรมาก" เขาอธิบาย "พวกมันแค่ไม่ชอบให้ใครไปยุ่งกับถิ่นของมัน"


ข้าเลื้อยยักเยื้องไป บิดหนวดไปมา ราวกับจะกล่าวว่า

"ข้าจะต้องได้มันมาแน่ เมื่อถึงคราวของข้า"
แต่ก็ไม่ได้พูดไป เพราะเกรงราชาจะเข้าใจผิด

"ท่านรู้สถานที่ที่เหมาะสมที่จะครอบครองหรือไม่?" ข้าถามเขา


เขาวาดมือที่เลือนรางไปยังทิศทางหนึ่ง ซึ่งมีดวงดาวเล็กๆ ที่มืดมิด

"มีที่นั่น...เจ้าอาจจะชอบมัน" เขาบอกกับข้า
"มันเรียกว่าโลก เป็นชิ้นส่วนเล็กน้อยที่แตกออกมาจากการถูกขยี้
แต่มีห้วงมิติมากมายที่อาจเคลื่อนไหวได้"

ไอ้โง่กินตูด


นั่นคือทั้งหมดในตอนนี้ เวทลีย์

บอกใครสักคนให้อาหารช็อกกอธ ตอนที่เจ้าออกไปด้วย

2.

นี่เป็นเวลาที่เจ้าพร้อมแล้วใช่มั้ย เวทลีย์ ?

อย่าโง่ไปหน่อยเลย ข้ารู้ว่าข้าส่งมันให้เจ้า ความจำของข้ายังคงดีอย่างที่มันเคยเป็น


Ph'nglui mglw'nafh Cthulhu R'lyeh wgah'nagl fthagn.


เจ้ารู้ความหมายของมันหรือไม่ ?


"ในบ้านของเขา นครร'ลเย่ห์ คธูลูมรณา เฝ้าคอยในความฝัน"


ความชอบธรรมเกินจริงนั่น ข้าไม่เคยรู้สึกดีเลยสักครั้ง


มันแค่เรื่องตลกแบบตีหัว เรื่องตลกเท่านั้น นี่เจ้าเขียนลงไปทั้งหมดหรือเปล่า? ดีมาก

เขียนต่อไป ข้ารู้ว่ามันจะต่อจากเมื่อวาน

รลเย่ห์


โลก


นั่นเป็นตัวอย่างของวิถีทางที่ภาษาเปลี่ยนแปลง ความหมายของถ้อยคำ

ความเลือนลาง ข้าไม่อาจยืนยันได้
ครั้งหนึ่ง ร'ลเย่ห์เคยเป็นโลก หรืออย่างน้อย เป็นส่วนหนึ่งของมันที่ข้าเคยแล่นทยานไป
เป็นก้อนโคลนซึ่งข้าได้เริ่มต้น
แต่ในตอนนี้ มันเป็นเพียงบ้านหลังเล็กของข้า
ในละติจูด 47 องศา 9 ใต้ และลองติจูด 126 องศา 43 ตะวันตก

หรือพวกเอกะบรรพกาล เราเรียกพวกเขาว่าเอกะบรรพกาลในตอนนี้

หรือ เอกะบรรพกาลผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งถ้ามันไม่ได้มีความต่างระหว่างพวกเรากับเจ้าเด็กอ้วน

มันช่างเลือนลาง


เมื่อข้ามาถึงโลก ในวันนั้นมันยังเปียกแฉะยิ่งกว่าวันนี้

เวลานั้นมันเป็นสถานที่งดงามยิ่งนัก
ท้องทะเลชุ่มราวกับน้ำซุป และข้าก็เป็นสุขกับประชาชนของข้า
ดากอน และเจ้าหนู (ข้าใช้คำตามตัวอักษร ในตอนนี้)
เราทั้งหมดอาศัยอยู่ใต้ผืนน้ำในห้วงเวลาที่ไกลโพ้น
และก่อนที่เจ้าจะสามารถเอ่ยคำว่า "คธูลู ฟธากน"
ข้าใช้พวกมันเป็นแรงงาน เป็นทาส ทำอาหารให้ข้า
แล้วก็เป็นอาหารข้าด้วย
จริงๆ นะ


นั่นย้ำเตือนข้าว่า มีบางสิ่งที่ข้าต้องการจะบอกกับเจ้า มันเป็นเรื่องจริง

มีเรือลำหนึ่งลอยอยู่บนท้องทะเล มันคือเรือสำราญแปซิฟิค

และบนเรือลำนั้นมีผู้วิเศษ หรือไม่ก็นักมายากล
ซึ่งสามารถจะสร้างความสำราญให้แก่ผู้โดยสาร
แล้วก็ยังมีนกแก้วตัวหนึ่งในเรือลำนั้นด้วย

ทุกครั้งที่นักมายากลแสดง เจ้านกแก้วจะเปิดโปงมายากลของเขา

อย่างไรน่ะรึ ? มันก็บอกผู้โดยสารว่า นักมายากลทำได้อย่างไร
อย่างเช่น "เขาซ่อนมันไว้ในผ้าคลุม" แล้วเจ้านกแก้วก็เต้นแร้งเต้นกา
หรือไม่ก็ "เขาซ่อนสำรับไพ่" หรือ "มันเป็นส่วนท้ายที่ไม่ใช่ของจริง"

นักมายากลไม่ชอบเอาเสียเลย


ท้ายที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะแสดงกลที่ยิ่งใหญ่


เขาประกาศมัน


เขาหมุนตัวสะบัดผ้าคลุม


เขาส่ายแขนไปมา


แล้วทันใดนั้น เรือก็ปักหัวลงและถูกพุ่งเข้าชนที่กราบเรือด้านหนึ่ง


นครร' ลเยห์ที่จมอยู่ในน้ำได้โผล่ขึ้นใต้ท้องเรือ แล้วเหล่าทาสของข้า ซึ่งได้แก่พวก มนุษย์มัจฉา

ฝูงใหญ่ที่ด้านหนึ่ง เข้ายึดตัวผู้โดยสารและลูกเรือ แล้วก็ดึงพวกมันจมลงไปในคลื่น

ร' ลเยห์จมลงใต้น้ำอีกครั้ง รอคอยเวลาที่คธูลูผู้น่าพรั่นพรึงจะโผล่ขึ้นมาเถลิงอำนาจอีกครั้ง


นักมายากลลอยเคว้งอยู่ลำพังเหนือพื้นน้ำที่เต็มไปด้วยเศษซาก

มองไปยังแม่กบน้อยอกโต ซึ่งจ่ายทิปหนัก และลอยนิ่งอยู่เหนือน้ำติดกับเสากระโดงเรืออย่างโดดเดี่ยว
ทางนู้น ไกลออกไปจากตัวเขา เขาสังเกตุเห็นร่างเล็กๆ สีเขียว ซึ่งลอยใกล้เข้ามา
สุดท้ายจึงได้เห็นว่ามันเกาะท่อนไม้ที่ลอยอยู่ และได้เห็นว่ามันคือเจ้านกแก้วตัวนั้น

เจ้านกแก้วเอียงหัวไปข้างหนึ่งและเหล่ตามองนักมายากล


"เอาล่ะ..." มันพูด "ฉันยอมแพ้ว่ะ...แกทำแบบนี้ได้ไงวะ?"


แน่นอน นี่มันเรื่องจริงนะ เวทลีย์


ควรหรือที่คธูลูผู้มืดทมิฬ ผู้ยิ้มสรวลจากดาวมืดหม่น เมื่อฝันร้ายที่สุดของเจ้า

ได้ระเบิดออก ขณะที่เจ้ายังไม่หย่านมจากมารดา-สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจอมปลอม ของเจ้า
ผู้รอคอยเวลาที่ดวงดาวจะโคจรมายังตำแหน่งที่ถูกต้อง
เพื่อจะออกมาจากสุสานของเขา เพื่อจะฟื้นฟูศรัทธาและบัญญัติกฎของเขา
ผู้รอคอยที่จะสอนความสดใหม่และสูงส่งอันน่าปรารถนาของความตาย และการหลงไหล
เขาควรโกหกเจ้าหรือเปล่า ?

แน่ละ ข้าควร


หุบปากซะ เวทลีย์ ข้ากำลังพูด 

ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะได้ยินจากที่ไหนมาก่อน


เราแสนหฤหรรษในวันนั้น สังหารและทำลายล้าง สังเวยและสาปแช่ง

น้ำเหลืองเน่าเหม็นและเมือกตม และการคดโกงกับเกมที่ไร้ชื่อ
อาหารและความสนุกสนาน มันคืองานฉลองอันยาวนาน และทุกคนก็รักมัน
ยกเว้นพวกที่พบว่าตัวเองถูกเสียบอยู่บนไม้ย่างสเต๊ก และอยู่ระหว่างก้อนชีสกับสับปะรด

อา,ในวันนั้น โลกยังมีพวกสัตว์ยักษ์อยู่


แต่มันไม่อาจอยู่ได้ตลอดไป


และแล้วพวกมันก็มาจากฟากฟ้า ด้วยปีกเลื่อมมัน และอำนาจ และการควบคุม และระบบระเบียบ

และ หัวใจของข้า ก็ได้รู้ว่า มีกี่รูปแบบที่จะเติมเต็มท้องฟ้า ด้วยแผ่นกระดาษ*ที่พับเรียงกัน
(*ปีกของ Old Ones มีลักษณะคล้ายพัดที่พับขึ้นจากกระดาษ-ผู้แปล)
ราวกับขุนนางศักดิ์สิทธิ์น้อยๆ บินเต็มท้องฟ้าไปหมด
ถ้าเจ้าเพ่งมองดูพวกมันให้ชัด เจ้าจะเห็นว่า มันมีศรีษะที่แบ่งเป็นห้าแฉก
ทุกตัวที่เจ้าเห็น จะมีหัวห้าแฉก มีแขน ซึ่งก็อยู่บนหัวของมัน
(ตามที่ข้าเห็นตลอดเวลาในขณะนั้น)
ไม่มีใครในพวกมันที่จะมีจินตนาการว่าจะเติบโตขึ้นมามีสามแขน หรือหกแขน
หรือ หนึ่งร้อย หรือ สอง ,หรือ ห้าแขน บ้างเลยหรือไง

พวกมันไร้สัญญาณการโจมตี


เราไม่ได้รับสัญญาณเหล่านั้น


พวกมันแค่ไม่ชอบงานปาร์ตี้ของเรา


พวกมันเคาะกำแพง(ข้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ) แต่เราไม่สนใจ

จากนั้น พวกเราจึงได้รับสัญญาณใหม่
การถกเถียง ก่นด่า และเข้าฟาดฟัน

เออๆ ได้ๆ ,พวกเราว่า ถ้าพวกเอ็งอยากได้ทะเล เอ็งก็จะได้ทะเล

เออๆๆ พวกมึงเอาทุกอย่างไปเลยก็ได้ !
เราล่าถอยไปตามพื้น มันก็เป็นบ่อโคลนที่สวยดีอยู่หรอก
แล้วพวกเราก็ไปสร้างวิหารศิลาขนาดมหึมาที่ทำให้ภูเขาดูแคระไปเลย

เจ้ารู้มั้ยล่ะว่าใครล้างพันธุ์พวกไดโนเสาร์ ฮึ เวทลีย์ ?

พวกเราไงล่ะ ในปาร์ตี้บาบีคิว ครั้งนั้นนั่นแหละ

แต่เจ้าพวกมีแฉกบนหัวที่ทำลายความสุขของเรา ไม่ได้พอใจแค่ปล่อยพวกเราไปง่ายๆ

พวกมันยังพยายามจะเคลื่อนดาวดวงนี้เข้าไปใกล้ดวงอาทิตย์
หรือไม่ก็ไกลออกไปจากเดิม ?
ข้าไม่เคยถามพวกมันหรอก
สิ่งถัดมาที่ข้ารู้คือ เราเคลื่อนลงใต้ทะเลอีกครั้ง

เจ้าคงจะหัวเราะละสิ


นครของเอกะบรรพกาล ถูกลงทัณฑ์ไปแล้ว

พวกมันเกลียดความแห้งและความเย็น
ซึ่งเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตดังเช่นพวกมัน
แต่ตอนนี้พวกมันทั้งหมดต้องไปอยู่ที่แอนตาร์คติก
แห้งเหมือนกระดูก และเย็นราวกับที่ราบที่สาบสูญที่ถูกสาปไปสามรอบ
นี่คือตอนจบของบทเรียนสำหรับวันนี้ เวทลีย์
แล้วเจ้ากรุณาให้ใครบางคนให้อาหารช็อกกอธที่กำลังคลั่ง ด้วยนะ


3.
(ศ.อามิเทจและวิลมอร์ท เห็นตรงกันว่า มีไม่น้อยกว่าสามหน้าที่หายไปจากต้นฉบับ
จากจุดนี้ อ้างอิงตามตัวบทและความยาว ซึ่งข้าเห็นพ้องด้วย)


ดวงดาวเปลี่ยนไปแล้ว เวทลีย์


ลองจินตนาการถึงตัวเจ้าที่ถูกตัดออกจากหัว,ทิ้งก้อนเนื้อแดงสดเหมือนหินอ่อนเย็นๆ
,กระพริบและสำลัก นั่นแหละที่มันเป็น
งานปาร์ตี้จบแล้ว

มันฆ่าพวกเรา


ดังน้ันเราจึงรอคอยอยู่เบื้องล่าง


สยดสยองงั้นรึ ?


ก็ไม่ทั้งหมดหรอก ข้าไม่ได้มอบความสยดสยองที่ไร้นาม ข้าสามารถคอยได้


ข้านั่งลงที่นี่ ,ตาย และฝัน เฝ้ามอง "อาณาจักรมด"ของพวกมนุษย์รุ่งเรืองและเสื่อมถอย

ตึกระฟ้าสูงขึ้นๆ แล้วก็พังทลายลง

วันหนึ่ง - - บางที มันอาจจะเป็นวันพรุ่งนี้ , บางที อาจจะเป็นวันพรุ่งอีกหลายเพลา เกินกว่า

จิตใจอันอ่อนแอของเจ้าจะถุกปิดผนึก - - ดวงดาวจะประสานกันอย่างถูกต้องบนสรวงสวรรค์
แล้วเวลาแห่งการทำลายล้างจะมาถีง ข้าจะขึ้นจากเบื้องลึกนี้ และข้าจะมีอำนาจเหนือโลกอีกครั้ง

สำราญกับความจราจล ,ดื่มเลือด และ ความโสโครก , นิรันดร์กาลแห่งสนธยาและฝันร้าย และ

เสียงกรีดร้องแห่งความตาย และความไม่อาจตาย และเสียงสวดของเหล่าผู้ศรัทธา

แล้วไงต่อ ?


ข้าจะออกจากระนาบของข้า เมื่อโลกซึ่งกลายเป็นเถ้าถ่านได้เย็นลง จากวงโคจรที่ไร้แสงของดวงอาทิตย์

ข้าจะกลับสู่ที่ของข้า ที่ซึ่งเลือดหยดหยาดลงจากใบหน้าของพระจันทร์ ซึ่งเหลือกราวกับ
กะลาสีที่จมน้ำตาย และ ข้าจะผ่านคิมหันต์นี้ไป

ข้าควรจะมีคู่ และในท้ายที่สุด ข้าควรจะรู้สึกตื่นเต้นภายในตัวข้าเอง และข้าควรจะรู้สึกว่า เจ้าหนูน้อย

ภายในท้องของข้ากำลังกลืนกินแสงสว่าง

อื้ม....


เจ้าเขียนลงไปหรือเปล่า เวทลีย์ ?


ดีมาก


นั่นล่ะ นั่นคือทั้งหมด และสุดท้าย สรุปการเล่าทั้งหมดของข้า


แล้วลองเดาดูสิว่า เราควรจะทำอะไรในตอนนี้ ? ใช่แล้ว


เราจะต้องไปให้อาหารเจ้าข็อกกอธ แล้วล่ะ


********


นีล ไกแมน (Neil Gaiman 1960- Now)
นีล ไกแมน (Neil Gaiman 1960- Now)


นักเขียนแฟนตาซีชาวอังกฤษคนสำคัญแห่งต้นศตวรรษที่ 21
ผลงานของเขาถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ,อะนิเมชั่น และ ซีรีย์ หลายต่อหลายเรื่อง
ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยแล้วหลายเล่ม
เรื่องสั้น I,Cthulu คือการแสดงความคารวะต่อผลงานชุด Cthulu Mythos 

ของ H.P.Lovecraft "บิดาแห่งแฟนตาซีสยองขวัญแห่งศตวรรษที่ 20"

ผู้เป็นต้นธารของเรื่องสยองขวัญของนักเขียน-ผู้กำกับ ชั้นนำของโลก
อาทิ สตีเฟน คิง ,กิลเลอโม่ เดล โตโร่ ,จอห์น คาร์เพนเตอร์ รวมทั้ง นีล ไกแมน ด้วย
เรื่องสั้น I,Cthulhu เรื่องนี้ เขาเขียนไว้ตั้งแต่ปี 1986 ก่อนจะได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1987


อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษได้ที่


***********************

บันทึกหลังแปล :

ผมติดตามเก็บข้อมูล Cthulu Mythos อยู่นานหลายปี
ความมหัศจรรย์ของมันคือ H.P.Lovecraft ผู้ให้กำเนิด ได้แบ่งปันให้ผู้เขียน
คนอื่นๆ ได้มาร่วมใช้และร่วมสร้าง "ตัวละคร"ในจักรวาลสัตว์ประหลาดที่เขาสร้างขึ้น
หากเป็นทุกวันนี้ ก็ต้องเรียกว่าเป็น common media ใครจะเอาไปใช้หรือต่อเติม
อย่างไรก็ได้ตามใจชอบ นั่นจึงทำให้จักรวาลสัตว์ประหลาดของเขา 

ขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผ่านแรงบันดาลใจมายาวนาน

หลายทศวรรษ กลายเป็นต้นธารของเรื่องสยองขวัญท้ังเรื่องแต่ง 

หนัง และ เกม อีกมากมาย ทั้งในอดีต และในอนาคต

สำหรับเรื่องนี้ ผู้ที่ไม่เคยอ่าน Cthulu Mythos มาก่อน
อาจจะสับสนเล็กน้อย แต่ก็ไม่น่าจะยากเกินจะทำความเข้าใจ
ความสัมพันธ์ในสายตระกูลของ Cthulu และหลายเหตุการณ์

อาจไม่ได้เป็นไปตามที่หลายคนเคยทราบมา 

ผมเข้าใจว่า น่าจะเป็นอิสระของผู้เขียนที่จะกำหนดตรงนี้ขึ้น

H.P.lovecraft อาจไม่ได้เขียนงานที่ได้รับการยอมรับหรือยกย่องมากมายนักในตอนที่มีชีวิตอยู่
เขาอาจไม่ใช่นักเขียนประเภทที่โลกสรรเสริญ และ(ถ้าหากเขายังมีชีวิตอยู่)อาจไม่ใช่เพื่อนที่ดีของคุณ
แต่การเริ่มต้นและการแบ่งปันสิ่งที่เขาสร้างขึ้นนั่นเอง ทำให้เขากลายเป็นที่จดจำ


ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

ข้า, "คธูลู"