MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

การกลับมาของเรื่องสยองขวัญแนว 'เลิฟคราฟท์'

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 - 11:43 น.
AA 161
(แปลจาก The Elder Gods Are Coming: The Resurgence of Lovecraftian Horror โดย Megan Navaro 28-2-2020)


เรื่องเล่าสยองขวัญแนวคอสมิคเฮอเรอร์ และจักรวาลสยองขวัญของเลิฟคราฟท์ มีแนวโน้มที่จะสลับสับเปลี่ยนกันได้ แม้จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง เอช.พี.เลิฟคราฟท์ คือผู้ให้กำเนิดผลงานในตระกูลนี้ งานของเขาสะกิดความหวาดกลัวในความไม่รู้, ความกลัวในความว่างเปล่าและสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้ เรื่องสั้นอย่าง At the Mountains of Madness, The Shadow over Innsmouth ,“The Call of Chthulu” สร้างตำนานที่แผ่ขยายโอบล้อม ของเทพอันเกรียงไกรจากต่างดาว หรือสัตว์ประหลาดที่มี "หนวด"เป็นเอกลักษณ์ ที่น่าพรั่นสะพรึงสุดขีด ซึ่งมนุษย์จะคลุ้มคลั่งได้เพียงแค่มองดูมัน


มันไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่น่าดึงดูดใจที่ทำให้เรื่องเหล่านี้ดูสนุกสนาน แต่เมื่อต้องเผชิญกับความน่าสะพรึงกลัวของจักรวาลแห่งความสยองขวัญ มนุษยชาติกลับไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ใดที่เกิดขึ้น ความน่าสะพรึงของเทพโบราณจากต่างดาว ทำให้มนุษย์ดูกระจ้อยร่อย บอบบาง และดูไร้ค่า เมื่อนำไปเปรียบเทียบ
ในระดับที่เป็นอยู่นั้น มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก


ในปัจจุบัน เมื่อพิจารณาจากข่าวสารในด้านร้ายท้ังมวล ดูเหมือนโลกจะเข้าสู่ความยุ่งเหยิงและและอนาคตก็ดูน่าหวาดหวั่น จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับหนังสยองขวัญแนวเลิฟคราฟท์และคอสมิคเฮอเรอร์ จะกลับมาอย่างมีความหมาย ซึ่งตัดสินจากหนังแนวนี้ที่เคยเป็นมาในอดีต หนังสยองขวัญแนวเลิฟคราฟท์และพวกเอลเดอร์ธิงค์ ก็ดูจะเป็นเช่นนั้น 


Underwater ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 10 มกราคม เราได้เห็นสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก ซึ่งถูกวางไว้ให้อยู่ใกล้กับสถานีขุดเหนือร่องลึกมาเรียนา แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ได้ทำลายสถานี และบังคับให้ Norah Price (Kristen Stewart) ผู้เป็นวิศวกรเครื่องกล กับ ผู้รอดชีวิตจำนวนหนึ่ง ต้องเดินทางหนึ่งไมล์ข้ามพื้นมหาสมุทร ไปยังสถานีขุดเจาะอีกแห่งหนึ่ง เพื่อเอาตัวรอด นอกเหนือจากองค์ประกอบการเอาชีวิตรอดที่เกิดจากความเสียหายจากแผ่นดินไหว และเอฟเฟกต์คลื่นเล็ก ๆ น้อยๆ 


กลุ่มผู้รอดชีวิตยังถูกสะกดรอยและตามล่าโดยบางสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ในองค์ที่ 3 ที่น่าตื่นเต้น เผยให้เห็นฝูงของพวกมัน ซึ่งมีจำนวนนับร้อย ซึ่งผู้รอดชีวิตต้องผ่านพวกมันไป หากหวังจะอยู่รอด เมื่อพวกเขาคิดว่าทุกอย่างปลอดภัยแล้ว ร่างอันใหญ่โตก็ปรากฎขึ้นมา ยิ่งกว่าเฉพาะเจาะจง เพราะสิ่งนั้นคือ "คธูลู" ซึ่งมาเตือนความทรงจำด้วยขากรรไกรอันใหญ่โตว่า มนุษย์นั้นเล็กจ้อยและด้อยพลังเพียงใด เมื่ออยู่ต่อหน้าเทพโบราณจากต่างดาวที่ถูกปลุกขึ้นมา


ในเดือนเดียวกัน Chilling Adventures of Sabrina ซีรีส์เกี่ยวกับแม่มดวัยรุ่นที่มีชีวิตชีวา เริ่มมีความซับซ้อนตั้งแต่ตอนต้น เมื่อจบตอนที่ 2 ซาบริน่า ตั้งใจแน่วแน่ที่จะดึงคนรักของเธออกมาจากนรก หลังจากเขาเสียสละตัวเองให้กลายเป็นภาชนะของลูซิเฟอร์ เธอได้สืบเสาะจนได้รับเสื้อคลุม Queen of Hell ซึ่งมาพร้อมกับข้อแลกเปลี่ยนแห่งความตาย ตามพันธะสัญญาของเธอ ทำให้ลูซิเฟอร์โกรธมาก เพราะถูกละทิ้งและปฏิเสธของขวัญที่เหนือธรรมชาติของเขา จึงเป็นการเริ่มต้นของเหตุการณ์เลวร้ายที่เหลือเชื่อ
เมื่อกลุ่มคนอกศาสนาที่ขัดแย้งกัน ได้ก้าวเข้ามา


หลังจากนั้น มีพล็อตย่อยที่เกี่ยวข้องกับบาทหลวงเบลคที่ถูกเนรเทศ และปรารถนาที่จะแก้แค้นครอบครัวสเปลแมน เขาได้ไปพบกับสิ่งมีชีวิตที่ทะเลสาบล็อคเนสซึ่งส่ง "ไข่"ให้เขา เขาเริ่มพิธีกรรมอัญเชิญ Deep One ก่อนที่เขาจะถูกจับและนำตัวกลับไป เขาตะโกนว่า ความสยองขวัญอันเลวร้าย
จะกลับมายึดครองโลก เมื่อสิ้นสุดซีซั่น ไข่จะสร้างสิ่งเลวร้ายสำหรับซีซั่นหน้า บาทหลวง Balckwood จะใช้ไข่เพื่อปลดปล่อยความหวาดสยองอันเลวร้าย และเตือนว่านี่คือ "จุดเริ่มต้นของจุดจบ" ซาบรีนาอาจเอาใจคนที่อยู่ในนรก อย่างน้อยก็ในตอนนี้ แต่เอลเดอร์ก็อดและคอสมิคเฮอเรอร์ ที่พวกเขาชักนำเข้ามา ทำให้ "นรก" กลายเป็นสนามเด็กเล่นไป


ใน Color Out of Space ของ Richard Stanley เป็นหนังสยองขวัญแนวเลิฟคราฟท์ ที่เปิดเผยมากที่สุด
โดยดัดแปลงจากเรื่องสั้นที่โด่งดังชื่อเดียวกันของเลิฟคราฟท์ พล็อตเรื่องแสดงให้เห็นว่า ครอบครัวการ์ดเนอร์ มีการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาด และฉีกขาดออกจากกัน เนื่องจากอุกกาบาตที่ตกลงมาที่สวนหลังบ้าน ที่เปล่งแสงสีที่คลุมเครือและเปลี่ยนสภาพสิ่งมีชีวิตโดยรอบ


หนังเรื่องนี้ไมมีเทพโบราณจากต่างดาว แต่เป็นคอสมิคเฮอเรอร์ที่ฝังตัวลงไปในพื้นโลกและแปรเปลี่ยนทุกสิ่งที่สัมผัสไปสู๋หายนะ ถึงกระนั้น ผู้ชมที่ช่างสังเกตุจะพบว่ามีอีสเตอร์เอ้กมากมายของจักรวาลเลิฟคราฟท์ ซ่อนอยู่ตลอดทั้งเรื่อง วิสัยทัศน์ของ Stanley ที่ปรากฎให้เห็น ดูจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องสั้น "The Dunwich Horror"ของเลิฟคราฟท์ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของสิ่งมีชีวิตในมิติต่าง ๆ ซึ่งรวมทั้งสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่โตด้วยทิศทางของหนังสยองขวัญ มีแนวโน้มที่จะสะท้อนถึงความกลัวส่วนบุคคลและสังคมของเรา ดังนั้นจึงทำให้ความสยองขวัญแบบเลิฟคราฟท์ และคอสมิคเฮอเรอร์ กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เกือบทุกที่ที่คุณหันไปมอง ในโลกนี้ และอนาคตดูจะเต็มไปด้วยความน่าหวาดหวั่นซึ่งเติมเต็มคอสมิคเฮอร์เรอร์ได้อย่างเต็มเปา


ความมืดมัวเย็นยะเยือกของมันก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน สองเดือนแรกของปี 2020 มีเรื่องสยองขวัญถึง 3 เรื่อง ที่เปิดเผยว่า เกี่ยวข้องกับผลงานของเลิฟคราฟท์อย่างเต็มตัว ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า เทรนด์ของเรื่องราวเหล่านี้ กำลังจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ 


อ้างอิง(Ref.) https://bloody-disgusting.com/editorials/3606793/elder-gods-coming-resurgence-lovecraftian-horror/?fbclid=IwAR2e1sG6rsTVATqa0S9PUWCLyUfdOC-685O-f_s_w6GpYEpQu6b0JejKP14

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

การกลับมาของเรื่องสยองขวัญแนว 'เลิฟคราฟท์'